พูดคุยเกี่ยวกับประกันภัย

10 เทคโนโลยีสุดเจ๋ง สำหรับรถของคุณ

เทคโนโลยียานยนต์ที่สอดคล้องกับไลฟ์สไตล์คนรุ่นใหม่ ทำให้การขับขี่รถยนต์ง่ายขึ้น เติมสีสันให้การขับรถในทุกเส้นทาง
10 เทคโนโลยีสุดเจ๋ง สำหรับรถของคุณ

ทุกวันนี้ เทคโนโลยีมีการพัฒนาและก้าวหน้าไปอย่างรวดเร็วในทุก ๆ ปี จนยากที่จะติดตามว่าเทคโนโลยีไหนเป็นเทคโนโลยีที่พัฒนาออกมาล่าสุด ในอุตสาหกรรมรถยนต์ก็เช่นเดียวกัน บริษัทรถยนต์ต่างก็แข่งขันกันที่จะเป็นผู้นำการผลิตทั้งในส่วนของโมเดลและลูกเล่นสำหรับรถยนต์ในอนาคต

ในช่วง 20 ปีที่ผ่านมา ไม่ใช่เพียงแต่การขับขี่เท่านั้นที่เป็นไปด้วยความง่ายดายและปลอดภัยมากขึ้นแต่ยังรวมถึงความสนุกสนานที่มีมากขึ้นด้วยและใช่ว่าจะหยุดอยู่เพียงเท่านั้น ด้วยเหตุนี้เราจึงได้รวบรวมเอาเทคโนโลยี 10 อย่างสำหรับคนใช้รถ ที่รับรองว่าเห็นแล้วจะต้องมีความกระตือรือร้นอยากใช้งานกันเป็นแน่

1. ระบบช่วยจอดรถ ในปี 2006 เลกซัสได้เห็นถึงปัญหาการจอดรถแบบขนานของผู้ขับขี่และมองหาแนวทางการแก้ปัญหา ทำให้ปีนี้ถือเป็นปีที่ 11 ของการคิดค้นระบบนี้ขึ้นมา ทำให้มีการผลิตรถยนต์ที่มีระบบช่วยจอดขึ้น ได้แก่ โตโยต้า, โฟล์คสวาเก้น และบีเอ็มดับเบิ้ลยู เทคโนโลยีนี้เป็นการใช้เซ็นเซอร์กันชนและกล้องที่ติดอยู่รอบ ๆ ตัวรถเพื่อระบุถึงยาพาหนะที่จอดอยู่รอบข้าง, ขนาดของพื้นที่จอดรถ และระยะห่างระหว่างรถกับวัตถุอื่น ๆ ข้อมูลเหล่านี้ถูกนำไปใช้ในการประมวลผลเพื่อให้รถยนต์สามารถหมุนพวงมาลัยและปรับล้อรถยนต์ได้อย่างอัตโนมัติในการจอดเทียบฟุตบาท

2. ระบบเรดาร์หลังรถ นอกจากระบบเซ็นเซอร์แล้ว ผู้ขับขี่หลายคนยังมีปัญหาเรื่องการถอยหลังออกจากที่จอด ยกตัวอย่างเช่น ผู้ที่ถอยรถออกจากที่จอดเพื่อขับเข้าไปยังถนนเส้นหลัก ซึ่งมักจะก่อให้เกิดอุบัติเหตุเนื่องจากคนขับอาจจะมองไม่เห็นรถที่ขับเข้ามาทางด้านหลัง โชคดีที่ในปี 2009 ไครส์เลอร์ได้เข้ามาช่วยแก้ปัญหานี้ด้วยระบบตรวจจับเรดาร์ด้านหลัง และกระจกมองข้างด้านนอกเพื่อช่วยให้มองเห็นมุมที่ผู้ขับขี่ไม่สามารถมองเห็นได้ และแจ้งเตือนให้คนขับทราบเมื่อมีสิ่งวัตถุหรือยานพาหนะอยู่ในเส้นทางการขับขี่ และเมื่อไม่นานมานี้ฟอร์ดก็ได้เริ่มนำเอาเทคโนโลยีนี้เข้าไปอยู่ในการผลิตรถรุ่นใหม่ด้วย

3. ถุงลมนิรภัยด้านหน้า ถุงลมนิรภัยเป็นเทคโนโลยีที่ได้รับการพัฒนามากขึ้น นับตั้งแต่ที่เมอร์เซเดส-เบนซ์ได้เป็นผู้บุกเบิกมาตรฐานของถุงลมนิรภัยสำหรับรถยนต์รุ่นเอสคลาส เมื่อหลายสิบปีที่ผ่านมา จริงอยู่ว่ารูปแบบการเกิดอุบัติเหตุนั้นไม่ได้มีการเปลี่ยนแปลงไปมากนักแต่สำหรับรถยนต์แล้วยังต้องมีความพยายามในการรับมือกับปัญหาที่เกิดจากการกระแทกเพื่อให้ผู้ใช้รถมีความปลอดภัยมากขึ้น จีเอ็มได้เปิดตัวถุงลมนิรภัยด้านหน้ารุ่นแรกขึ้นในโลกในปี 2011 ซึ่งอยู่ใต้ที่นั่งคนขับเพื่อทำหน้าที่เป็นกันชนให้กับคนขับและผู้โดยสารด้านหน้าเมื่อเกิดการชนและการกระแทก และตั้งแต่ปี 2013 เป็นต้นมาจีเอ็มก็ได้เริ่มนำเอาเทคโนโลยีนี้เข้ามาใช้สำหรับรถ SUVs ระดับกลางไปจนถึงระดับไฮเอนด์

4. ระบบป้องกันการชนด้านหน้า เมื่อมีอุบัติเหตุ เหตุการณ์หลายอย่างย่อมเกิดขึ้นในช่วงระยะเวลาอันสั้น ผู้ขับขี่จึงอาจจะมีเวลาเพียงเสี้ยววินาทีสำหรับปฏิกิริยาตอบสนองต่อสิ่งเหตุการณ์นั้น ๆ ต้องขอบคุณฮอนด้าที่ได้เริ่มศึกษาหาแนวทางในการแก้ปัญหานี้ตั้งแต่ปี 2003 โดยการใช้กล้อง 3 ชุด บวกกับเลเซอร์และเรดาร์ เพื่อสร้างระบบหลีกเลี่ยงการชนด้านหน้า ด้วยเทคโนโลยีนี้ทำให้รถของคุณสามารถตรวจจับคนขับ คนเดินถนน และวัตถุอื่น ๆ ที่อยู่ด้านหน้าของรถได้ และสามารถช่วยเตรียมการตอบสนองที่เหมาะสมที่สุดสำหรับคนขับ ไม่ว่าจะเป็นการแจ้งผู้ขับขี่ในการใช้เบรกอัตโนมัติได้อย่างทันท่วงที ปัจจุบันคุณสามารถพบเทคโนโลยีได้ในรถยนต์แบรนด์ระดับพรีเมียม อย่างเช่น เมอร์เซเดส-เบนซ์ และวอลโว่ รวมถึงในบริษัทผู้ผลิตรถยนต์ระดับกลาง ได้แก่ โตโยต้า และซุบารุ เป็นต้น

5. ระบบเติมลมยางอัตโนมัติ หลายคนคงจะเคยเห็นในหนังเรื่องเจมส์ บอนด์ ระบบเติมลมยางอัตโนมัติเกิดขึ้นจริงแล้วที่นี่ เชื่อว่าผู้ขับขี่หลายคนคงจะลืมตรวจเช็คลมยางกันเป็นประจำซึ่งพฤติกรรมเหล่านี้อาจจะก่อให้เกิดอุบัติเหตุร้ายแรงขึ้นได้ ต้องขอบคุณบริษัทวิศวกรรมฮาโล ที่ได้คิดค้นนวัตกรรมเพื่อช่วยแก้ปัญหานี้ขึ้นในปี 2014 นวัตกรรมของเทคโนโลยีที่ใช้สลักยึดติดเข้ากับศูนย์กลางของแต่ละล้อแล้วใช้เซ็นเซอร์ตรวจจับลมยาง เมื่อพบว่าแรงดันของลมยางต่ำลงก็จะทำการปั๊มลมยางเพื่อเติมลมโดยอัตโนมัติ แต่น่าเสียดายที่เทคโนโลยีถูกนำเอามาใช้เฉพาะยานพาหนะที่ใช้ขนส่งสินค้าในเชิงพาณิชย์เท่านั้น

6. ระบบนำทางด้วยดาวเทียม ถึงแม้ว่าดาวเทียมจะเป็นเทคโนโลยีที่ไม่ได้มีการพัฒนามากนัก แต่หากเราไม่มีการระบุตำแหน่งบนพื้นโลกด้วยดาวเทียมแล้วล่ะก็ การค้นหาตำแหน่งต่าง ๆ ก็คงจะเกิดขึ้นไม่ได้ การจะพาเราจากจุด A ไปยังจุด B หรือการสำรวจเส้นทางใหม่ GPS เป็นระบบที่ทำงานได้อย่างดีเยี่ยม คุณสามารถติดตั้งอุปกรณ์เหล่านี้ไว้ในรถได้เลย หรือสามารถซื้ออุปกรณ์จากผู้ผลิตอย่างทอม ทอม และการ์มิน มาติดตั้งในรถทีหลังก็ได้ Oldsmobile เป็นผู้บุกเบิกเทคโนโลยีนี้ขึ้นในปี 1995 และในช่วงกว่า 2 ทศวรรษที่ผ่านมาระบบเหล่านี้ได้ถูกนำเอามาใช้เป็นระบบนำทางโดยใช้เสียง รายงานการจราจรแบบสด ๆ บอกเส้นทาง ไปจนถึงแผนที่แบบ 3 มิติ และถึงแม้รถของคุณจะเป็นรถรุ่นเก่าก็สามารถติดตั้งระบบนำทางด้วยดาวเทียมเพิ่มเติมเข้าไปได้

7. ระบบการรักษาเลนอัตโนมัติ อุบัติเหตุมักจะเกิดจากการที่คนขับเหนื่อยล้าหรือง่วง ทำให้รถส่ายไปส่ายมาและขับออกไปนอกเลน ต้องขอบคุณการคิดค้นและพัฒนาการใช้เลเซอร์และการใช้เรดาร์ควบคุมที่ช่วยรักษาเลนอัตโนมัติ ระบบนี้เป็นการใช้กล้องและเซ็นเซอร์รอบคันรถเพื่อช่วยให้สามารถมองเห็นรอบด้านและหมุนวงล้อได้อย่างอัตโนมัติเพื่อช่วยให้รถอยู่ในเลนที่ถูกต้อง ในปี 2014 แบรนด์รถระดับไฮเอนด์อย่างบีเอ็มดับเบิ้ลยู และเมอร์เซเดส-เบนซ์ได้นำเอาเทคโนโลยีมาบรรจุไว้ในฟังก์ชั่นมาตรฐานของรถ

8. ฝากระโปรงอัตโนมัติ ถึงแม้ว่าจะมีผู้ผลิตเพียงไม่กี่รายเท่านั้นที่ให้ความสำคัญกับความปลอดภัยของคนเดินถนน นวัตกรรมจากทีมวิจัยของฟอร์ดเมื่อต้นปี 2000 เป็นระบบที่ช่วยลดระดับความรุนแรงของอุบัติเหตุการชนเล็กน้อย รวมถึงในบางกรณียังเป็นการช่วยชีวิตเอาไว้ได้ เทคโนโลยีนี้เป็นการใช้เซ็นเซอร์ยกฝากระโปรงเครื่องยนต์ขึ้นเมื่อเกิดการชนเพื่อช่วยเพิ่มพื้นที่ในการดูดซับแรงกระแทก คุณสามารถพบเทคโนโลยีนี้ได้ในรถยนต์ฟอร์ด, จากัวร์, มาสดา, วอลโว รวมถึงรถยนต์นิสสันและฮุนไดบางรุ่น

9. เครื่องดูดฝุ่นอัตโนมัติ ถ้าคุณเคยได้คุยกับคนขับที่มีเด็ก ๆ อยู่ด้วยแล้วล่ะก็ พวกเขาจะบอกคุณว่าอาหารกับรถยนต์เป็นสิ่งที่ไปด้วยกันไม่ได้ ต้องขอบคุณฮอนด้าที่มีการคิดค้นระบบทำความสะอาดนี้ขึ้นเมื่อปี 2014 ซึ่งได้มีการติดตั้งอุปกรณ์ภายในรถที่เรียกว่า HondaVACs ไว้ในรถบางรุ่น ทำให้การทำความสะอาดเกิดขึ้นได้ทุกที่ ทุกเวลาด้วยเครื่องดูดฝุ่นที่สามารถทำงานได้ต่อถึง 8 นาทีถึงแม้ว่าจะมีการดับเครื่องยนต์ไปแล้วก็ตาม

10. Wi-fi ในรถ สุดท้าย น่าจะเป็นเทคโนโลยีที่แสดงให้เห็นถึงความก้าวหน้าทางด้านยานยนต์ทั้งหมด นั่นคือ ระบบ Wi-fi ในรถยนต์ ซึ่งเริ่มต้นขึ้นในปี 2011 เมื่อออดี้ตัดสินใจที่จะนำเสนอโมเดลรถสุดหรูสำหรับคนที่เบื่อการนั่งรถทางไกล ที่ไม่จำกัดความสนุกสนานและเพลิดเพลินเฉพาะการชมวิวต่อไป แต่ได้นำเอาโลกของความบันเทิงและเสียงเพลงเข้ามาให้ทุกคนได้สัมผัสเพียงแค่ใช้ปลายนิ้ว บริษัทผู้ผลิตบางรายสามารถติดตั้ง Wi-fi ฮอตสปอตไว้ภายในรถของคุณโดยมีการกำหนดอัตราค่าใช้บริการเอาไว้ให้ด้วย รวมถึงบริษัทผู้ให้บริการมือถือยังมีการนำเสนอ Wi-fi แบบพกพาสำหรับเอาไว้ใช้งานในรถกันอีกด้วย

รับใบเสนอราคาประกันรถยนต์ที่ถูกสุดๆ ภายใน 10 วินาที