พูดคุยเกี่ยวกับประกันภัย

กลิ่น 6 แบบ สัญญาณเตือน เพื่อการขับขี่ที่ปลอดภัย

สัญญาณกลิ่นในรถ อย่างกลิ่นยางไหม้ กลิ่นน้ำร้อน เป็นสัญญาณแจ้งเตือนสภาพรถยนต์ของคุณ 6 สัญญาณกลิ่นอันตรายที่ควรใส่ใจเพื่อความปลอดภัยในการขับขี่
กลิ่น 6 แบบ สัญญาณเตือน เพื่อการขับขี่ที่ปลอดภัย

กลิ่นแปลก ๆ ในรถเป็นสัญญาณเตือนภัยได้ดีและเร็วกว่าสัญญาณไฟเตือนเสียด้วยซ้ำ…รถทุกคันนั้นนอกจากระบบเตือนต่าง ๆ ที่ส่วนมากบ่งบอกไว้บริเวณหน้าปัดแล้ว ยังมีสัญญาณเตือนบางอย่างที่คุณสามารถสังเกตได้โดยไม่ต้องรอให้สัญญาณไฟเหล่านั้นแจ้งเตือน สัญญาณที่ว่าก็คือสัญญาณกลิ่นนั่นเอง ความผิดปกติบางอย่างก็ไม่สามารถทำเป็นสัญญาณเตือนผ่านหน้าปัดได้ คุณเองจึงควรจดจำสัญญาณกลิ่น 6 แบบต่อไปนี้ไว้ด้วยเพื่อให้คุณสามารถนำไปแก้ไขได้ทันท่วงที ทำให้การขับขี่ของคุณมีความปลอดภัยมากยิ่งขึ้นอีกด้วย

1. กลิ่นยางไหม้ กลิ่นนี้อาจบ่งบอกถึงสายพานขับเคลื่อนของคุณที่หย่อนเกินไปจนไปเสียดสีกับรอกจนเกิดการเผาไหม้ขึ้น สาเหตุน่าจะมาจากการใช้งานที่ยาวนานจนทำให้สายพานนั้นหย่อนยานไป วิธีแก้ก็คือปรับความตึงหรือเปลี่ยนสายพานใหม่ ซึ่งราคาไม่แพงเท่าใด ข้อควรระวังคือเมื่อได้กลิ่นเปิดดูอาจพบควันเหมือนไฟไหม้ขึ้นอย่าเพิ่งใช้มือจับเป็นอันขาดเนื่องจากร้อนมากควรรอให้เย็นก่อนแล้วค่อยตรวจสอบอีกครั้งหนึ่ง

2. กลิ่นน้ำมันร้อน ๆ กลิ่นนี้อาจมาจากน้ำมันเครื่องที่รั่วไปยังส่วนของการเผาไหม้ วิธีแก้ไขก็คือจัดการกับรูรั่วเหล่านี้ซะโดยสังเกตจากคราบน้ำมัน หรือบริเวณที่เกิดควันขึ้นมา ข้อควรระวังก็คือให้ดับเครื่องยนต์ก่อน รอให้เครื่องเย็นลงแล้วจึงตรวจสอบและแก้ไขต่อไป

3. กลิ่นน้ำมันเชื้อเพลิง ซึ่งเหมือนกับว่ามีการรั่วซึมขึ้นมา หรือไม่ก็กลิ่นเหมือนกับตอนเติมน้ำมันอยู่ สาเหตุน่าจะมาจากสายหัวฉีด หรือมาจากถังเชื้อเพลิง ที่อาจมีการรั่วเกิดขึ้น ต้องรีบทำการแก้ไขโดยเร่งด่วนเพราะไอของน้ำมันเชื้อเพลิงหากมีประกายไฟเมื่อใดอาจทำให้เกิดการระเบิดได้ง่าย

4. กลิ่นหวาน ๆ กลิ่นหอมหวานเหมือนไซรัปอย่างนี้เป็นกลิ่นของน้ำยาหล่อเย็น ซึ่งอาจมีการรั่วซึมมาจากระบบหล่อเย็นของรถซึ่งก็คือบริเวณหม้อน้ำนั่นเอง ข้อควรระวังก็คืออย่าเปิดฝาหม้อน้ำในขณะที่ร้อนเนื่องจากน้ำที่อยู่ภายในก็จะมีอุณหภูมิสูงเมื่อเปิดฝาทันทีอาจทำให้น้ำร้อน ๆ พุ่งขึ้นมาได้ ทางที่ดีควรรอให้เย็นเสียก่อน

5. กลิ่นพรมไหม้ กลิ่นแบบนี้บ่งบอกถึงความผิดปกติของระบบเบรก เมื่อได้กลิ่นควรหยุดรถทันที ยิ่งกลิ่นนี้เกิดในขณะที่คุณกำลังขับรถอยู่เป็นปกติด้วยแล้วล่ะก็ บ่งบอกว่ามันต้องมีปัญหาแน่ ๆ พยายามเรียกหาความช่วยเหลือดีกว่าฝืนขับต่อไปซึ่งอันตรายมากหากระบบเบรกเสียหาย

6. กลิ่นไข่เน่า กลิ่นนี้มาจากกลิ่นการเผาไหม้เชื้อเพลิงที่ไม่มีประสิทธิภาพ ปกติแล้วเครื่องยนต์จะมีการเปลี่ยนเผาไหม้เชื้อเพลิงจนอยู่ในรูปของก๊าซไข่เน่า (ไฮโดรเจนซัลไฟด์) และเมื่อก๊าซนี้ไปผสมกับออกซิเจนในอากาศจะเปลี่ยนเป็น ก๊าซซัลเฟอร์ไดออกไซด์ ซึ่งไม่มีกลิ่นก๊าซไข่เน่าแล้ว ดังนั้นเมื่อการเผาไหม้ไม่สมบูรณ์กลิ่นที่หลงเหลืออยู่เลยเป็นกลิ่นก๊าซไข่เน่าดังกล่าวนี้เอง เอาเป็นว่าถ้าได้กลิ่นก๊าซไข่เน่าสรุปได้ว่าเครื่องยนต์มีปัญหานั่นเอง รีบทำการตรวจเช็คให้เรียบร้อย

รับใบเสนอราคาประกันรถยนต์ที่ถูกสุดๆ ภายใน 10 วินาที