โทรหาเรา

02-206-8555

เบอร์โทร
  1. หน้าแรก
  2. บทความ
  3. รู้ลึกทุกเรื่องรถ
  4. เปิดวิธีทำใบขับขี่แบบละเอียดยิบ จองออนไลน์ก็ได้ ง่ายแค่คลิก!

เปิดวิธีทำใบขับขี่แบบละเอียดยิบ จองออนไลน์ก็ได้ ง่ายแค่คลิก!

ขับรถถูกกฎหมายต้องมีใบขับขี่ สู่ยุคดิจิทัล Thailand 4.0 จองคิวสอบใบขับขี่ทางออนไลน์ ง่ายๆ แค่อ่านแล้วคลิก เพียง 5 นาทีก็เสร็จเรียบร้อย!
ผู้หญิงถือกุญแจรถ นั่งในรถ

ทำความรู้จักใบขับขี่ และประโยชน์ของใบขับขี่

ใบขับขี่ หรือ "ใบอนุญาตขับขี่" คือ ใบอนุญาตเพื่อยืนยันว่า บุคคลเป็นผู้ที่มีความรู้ความสามารถในการขับขี่ และได้รับอนุญาตให้ขับขี่รถตามกฎหมายประเภทต่างๆ อาทิ ใบอนุญาตขับขี่ตามกฎหมายว่าด้วยรถยนต์ รถจักรยานยนต์ รถรับจ้าง เป็นต้น

ตาม พ.ร.บ.การจราจร ของประเทศไทย ผู้ขับขี่ที่สามารถทำใบอนุญาตขับขี่ได้ต้องมีอายุไม่ต่ำกว่า 18 ปี (หรือ 15 ปีสำหรับรถจักรยานยนต์) ดังนั้น ผู้ที่มีบุตรหลานกำลังโตอยู่ในช่วงวัยรุ่น และเริ่มขอยืมรถยนต์ออกไปขับเอง ไม่ว่าจะออกไปทำธุระส่วนตัว ไปโรงเรียน หรือไปปาร์ตี้ การตัดสินให้ลูกที่อยู่ในวัยรุ่นเอารถไปขับเป็นเรื่องที่ผู้ปกครองควรพิจารณา แม้ว่ารถของคุณจะมีประกันภัยรถยนต์ชั้น 1 ที่ดีที่สุดคุ้มครองอยู่ก็ตาม

ใบขับขี่ มีประโยชน์อย่างไร?

นอกจากเป็นหลักฐานที่ยืนยันและแสดงว่า เจ้าของใบอนุญาตเป็นผู้มีความรู้ความสามารถในการขับขี่รถประเภทที่กำหนดในใบอนุญาตได้จริง แล้วนั้น ใบขับขี่ยังมีประโยชน์อื่นๆ ด้วยดังนี้

  1. ช่วยให้ได้รับค่าสินไหมทดแทนหรือค่าเสียหายจากประกันภัยรถยนต์ต่างๆ ที่ได้ทำเอาไว้ หากไม่มีใบขับขี่ ก็อาจทำให้บริษัทประกันใช้เป็นข้ออ้างเพื่อการยกเว้นความรับผิดชอบได้ หรือ พูดง่ายๆ ก็คือ บริษัทประกันจะไม่จ่ายค่าเสียหายให้โดยอ้างว่าผู้เสียหายไม่มีใบอนุญาตขับขี่
  2. ช่วยให้ได้รับพิจารณาเข้าทำงาน โดยเฉพาะงานที่ต้องการความสามารถในการขับขี่ ก็ต้องมีใบอนุญาตขับขี่ด้วย ซึ่งถือได้ว่าเป็นประโยชน์ทางอ้อม

วิธีการทำใบขับขี่

คุณต้องสมัครอบรม สอบข้อเขียน ปฏิบัติ วัดสภาพร่างกายก่อน ถึงจะได้ใบขับขี่มา โดยมีขั้นตอนตามนี้เลย

  1. จองคิวอบรม

    หมดยุคตื่นแต่เช้า (มืด) ไปต่อแถวยาวๆ กับการจองคิวเพื่อสอบใบขับขี่ ซึ่งก็ไม่รู้ว่าจะได้หรือเปล่า เพราะเกินโควต้าของแต่ละวัน เพราะเดี๋ยวนี้คุณสามารถจองคิวอบรมออนไลน์ผ่าน DLT: ระบบจองคิวทำใบขับขี่ออนไลน์ เพื่อทำการนัดคิวอบรมได้เลย

    โดยคุณต้องอบรมทั้งหมด 5 ชั่วโมง เกี่ยวกับกฎจราจร ขั้นตอนระบบการจองคิวมีดังต่อไปนี้

    1. เข้าไปที่เว็บไซต์ http://ebooking.dlt.go.th/ebooking/

      จองคิวทำใบขับขี่กับ e-booking
    2. ไปที่เมนูกรอกประวัติ พิมพ์เลขบัตรประจำตัวประชาชน 13 หลัก กรอกประวัติให้ครบถ้วนและจองที่นั่งฝึกอมรม

      กรอกประวัติ พิมพ์เลขบัตรประจำตัวประชาชน 13 หลัก
    3. หลังจากลงทะเบียนกรอกข้อมูลครบเรียบร้อย จะมีการแสดงข้อมูลการจองที่นั่งอบรม

      ตารางการแสดงข้อมูลการจองที่นั่งอบรม
    4. เลือกประเภทใบอนุญาต/ หลักสูตร/ จังหวัด/ สำนักกรมการขนส่งจังหวัด รวมทั้งเลือกวัน เดือน และปีที่ต้องการจองคิว หากว่างจะแสดงเป็นหมายเลขห้องอบรม และจำนวนที่นั่งว่าง

      แบบฟอร์มเลือกข้อมูลการจองคิวและห้องอบรม
    5. เมื่อกรอกข้อมูลครบทั้งหมดแล้ว ระบบจะแสดงข้อความยืนยันการจอง ระบุหมายเลข Ticket ID และรายละเอียดสถานที่อบรม เป็นอันเสร็จเรียบร้อย

      รายละเอียดสถานที่อบรม
    6. การเข้าใช้งานทุกครั้งต้องกรอกข้อมูลใน DLT e-booking ด้วยเลขบัตรประจำตัวประชาชนและรหัสผ่าน ควร SAVE ข้อมูลหน้ายืนยันการจองนี้ แล้วสั่งพิมพ์เป็นหลักฐานในการยืนยันการจองคิวขอใบอนุญาตขับขี่

      หลักฐานในการยืนยันการจองคิวขอใบอนุญาตขับขี่
    7. หากต้องการยกเลิกการจองที่นั่ง สามารถกลับมายังหน้าแรกเพื่อเข้าไปทำรายการได้

      ยกเลิกการจองที่นั่ง

    ทั้งนี้ ในวันสอบใบขับขี่จริง ให้แต่งกายสุภาพ งดใส่เสื้อแขนกุด กางเกงขาสั้น และรองเท้าแตะ เมื่อถึงวันจองคิวจะต้องไปก่อนเวลานัด 30 นาที มิเช่นนั้นจะถือว่าสละสิทธิ์และต้องทำการจองใหม่

  2. เตรียมยื่นเอกสาร ที่กรมขนส่ง

    หลังจากจองเรียบร้อยแล้ว ก็เตรียมเอกสารตามรายการด้านล่างไปที่กรมขนส่งได้เลย

    1. บัตรประชาชนฉบับจริง พร้อมสำเนาหนึ่งชุด
    2. ใบรับรองแพทย์ อายุไม่เกินหนึ่งเดือน (เฉพาะผู้ขอรับใบขับขี่ใหม่ ใบขับขี่ส่วนบุคคลชั่วคราวขาดเกิน 1 ปี และ 3 ปี รวมทั้งใบขับขี่ส่วนบุคคลขาดเกิน 3 ปี) สามารถขอได้จากโรงพยาบาล หรือคลินิกการแพทย์
    3. ใบขับขี่ใบเดิม (ถ้ามี)
    4. ใบรับรองการอบรม (สำหรับผู้เข้าอบรมนอกกรมขนส่งฯ) โดยคุณสามารถจองคิวอบรมได้ด้วยตัวเองที่กรมขนส่งทางบก และโทรศัพท์ Hotline 1584 หรือ ขั้นตอนการจองห้องอบรมขอรับใบอนุญาตขับรถ
  3. ทำการทดสอบร่างกาย

    ประกอบไปด้วยทดสอบตาบอดสี ทดสอบสายตาทางลึก ทดสอบสายตาทางกว้าง และทดสอบการตอบสนองของเท้าผ่านเครื่องมือทดสอบ เพื่อทดสอบว่าเรามีคุณสมบัติพร้อมที่จะขับรถจริงๆ

  4. อบรม 5 ชั่วโมง

    การอบรมในแต่ละรอบนั้นจะแบ่งออกเป็น 2 ภาค ภาคเช้า เริ่ม 9.30 - 12.00 น. และภาคบ่ายเริ่ม 13.00 - 15.30 น. โดยเจ้าหน้าที่จะให้ความรู้เรื่องป้ายจราจร สัญญาณจราจร และเปิดวิดีโอต่าง ๆ ทั้งภาพการเกิดอุบัติเหตุที่รุนแรง คลิปการขับรถปลอดภัย เป็นต้น โดดไม่ได้นะครับ เพราะมีเจ้าหน้ามี่คอยมองเราจากกล้องวงจรปิดอยู่

  5. สอบข้อเขียน

    ใช้เวลา 1 ชั่วโมง และประกอบด้วยคำถาม 50 ข้อ โดยข้อสอบส่วนใหญ่ จะเกี่ยวกับเครื่องหมาย และสัญญาณจราจรต่างๆ คุณต้องตอบให้ถูกอย่างน้อย 45 ข้อ หรือ 90% ของข้อสอบ เพื่อที่จะผ่านการประเมิน เพื่อให้มั่นใจว่าคุณสอบผ่าน คุณควรศึกษาคู่มือการขับขี่รถยนต์ที่กรมขนส่งฯ แจกให้ในวันที่คุณเข้ารับการอบรม ข้อไหนไม่มั่นใจ เราสามารถกดข้ามก่อนได้แล้วค่อยกลับมาทำทีหลัง ก่อนเริ่มทำข้อสอบ และหลังทำข้อสอบเสร็จ ที่หน้าจอของเราจะมีกล้องถ่ายรูปเราก่อนเพื่อยืนยันว่าเราเป็นผู้สอบจริงๆ เมื่อสอบเสร็จเครื่องจะพิมพ์ผลสรุปออกมาว่า เราผ่านหรือไม่ หากใครไม่ผ่าน ก็สามารถมาสอบใหม่ได้ในวันถัดไป

  6. สอบปฏิบัติ

    หลังจากสอบข้อเขียนผ่านแล้ว คุณต้องนัดหมายเพื่อสอบปฏิบัติล่วงหน้า โดยให้ไปสอบถามที่เค้าเตอร์ว่ามีว่างวันไหนบ้าง แล้วทำการจองคิววันที่ว่างไว้

    ในการสอบคุณต้องทำการแสดงทักษะการขับรถผ่านท่าสอบ 3 ท่า โดยท่าแรก คือการขับรถท่าตรง มีระยะ 12 เมตร สอบโดยการขับรถเดินหน้าหนึ่งครึ่ง และถอยหลังหนึ่งครั้ง โดยไม่ให้เครื่องยนต์ดับ ท่าที่สอง คือการขับรถไปจอดเทียบไหล่ทาง ระยะห่างของรถยนต์จากไหล่ทางต้องไม่เกิน 25 ซม. และ ไม่เกยไหล่ทาง ส่วนทางสุดท้ายคือ ท่าที่ผู้เข้าสอบส่วนใหญ่สอบตกมากที่สุด คือการถอยจอด ซึ่งคุณต้องถอยรถเข้าช่องจอดในระยะที่กำหนด โดนไม่ชนกรวยบอกระยะ และเปลี่ยนเกียร์ได้ไม่เกิน 7 ครั้ง

  7. ชำระค่าธรรมเนียมการทำบัตร

    เมื่อคุณสอบผ่านแล้ว ขั้นต่อไปคือการและถ่ายรูปเพื่อทำการติดบัตร แล้วชำระค่าธรรมเนียมประมาณ 300 บาท จากนั้นคุณก็จะได้ใบขับขี่ไว้ในครองครองอย่างเป็นทางการ

โควตาพิเศษ! สอบใบขับขี่เสาร์-อาทิตย์ปี 2562 นี้

ไม่ต้องลางานเพื่อไปสอบอีกต่อไป เพราะล่าสุดกรมการขนส่งทางบกร่วมกับภาคเอกชน เปิดอบรมและสอบใบอนุญาตขับขี่รถยนต์ในวันหยุดเสาร์และอาทิตย์ประจำปี 2562 รวมทั้งหมด 13 โดยไม่มีค่าใช้จ่ายในการอบรม ยกเว้นค่าธรรมเนียมการขอใบอนุญาตขับรถสำหรับผู้ผ่านการอบรมและทดสอบตามเกณฑ์ที่กรมการขนส่งทางบก การอบรมและทดสอบใช้ระยะเวลาทั้งหมด 2 วัน

  • วันเสาร์: อบรมให้ความรู้ด้านกฎหมายจราจรทางบก มารยาทในการขับรถ และเทคนิคการขับรถอย่างปลอดภัยในสถานการณ์ต่างๆ ก่อนเข้ารับการทดสอบข้อเขียนระบบอิเล็กทรอนิกส์ (E-exam)
  • วันอาทิตย์: เข้าทดสอบขับรถในสนามสอบมาตรฐานของกรมการขนส่งทางบก

ผู้สมัครเข้าร่วมโครงการต้องมีอายุไม่ต่ำกว่า 18 ปีบริบูรณ์ และยื่นใบสมัครล่วงหน้าที่ส่วนใบอนุญาตขับรถ อาคาร 4 ชั้น 2 กรมการขนส่งทางบก จตุจักร เท่านั้น!

เอกสารหลักฐานยื่นใบสมัคร ได้แก่ บัตรประจำตัวประชาชน และใบรับรองแพทย์ตามแบบที่แพทยสภารับรอง อายุไม่เกิน 1 เดือน

กำหนดการจัดอบรมเสริมความรู้และสอบใบขับขี่รถยนต์ประจำปี 2562 ที่เหลือมีดังนี้

  1. วันที่ 26-27 ตุลาคม 2562
  2. วันที่ 16-17 พฤศจิกายน 2562
  3. วันที่ 24-25 พฤศจิกายน 2562
  4. วันที่ 14-15 ธันวาคม 2562

ผู้สนใจสามารถสมัครและสอบถามข้อมูลได้ที่ ส่วนใบอนุญาตขับรถ อาคาร 4 ชั้น 2 กรมการขนส่งทางบก โทร 02-271-8888 ต่อ 4202-3

การทำใบขับขี่ถือเป็นหน้าที่ของผู้ใช้รถทุกคนต้องปฏิบัติ ขณะเดียวกัน การจองคิวสอบใบขับขี่ผ่านช่องทางออนไลน์ในปัจจุบัน ช่วยทำให้ชีวิตง่ายขึ้น สร้างความสะดวกสบายสำหรับผู้คนในยุคปัจจุบันที่ไม่ค่อยมีเวลาว่าง รวมทั้งไม่ต้องเสียโอกาสการรอคอยอย่างสิ้นหวัง อย่างไรก็ตาม เมื่อมีใบขับขี่แล้ว เพื่อเพิ่มความอุ่นใจในการขับขี่ ควรเลือกความคุ้มครองสูงสุดกับอุบัติเหตุที่ไม่คาดฝัน จาก ประกันภัยรถยนต์ชั้น 1 ไว้ก่อนนะครับ พอขับรถแข็งแล้วหรือชำนาญแล้ว จะเปลี่ยนเป็นประกันรถชั้น 2+ 3+ หรือ 3 ก็ได้ และอย่าลืมทำกับบริษัทประกันฯ ที่น่าเชื่อถือในราคาที่ใช่ เคลมประกันง่าย และเหมาะกับคุณที่สุด พร้อมโปรฯ ดีๆ มอบความไว้วางใจกับ EasyCompare เพื่อความอุ่นใจในการขับขี่ เช็คเบี้ยประกันรถยนต์ทุกชั้น กับเราวันนี้เลย

รับใบเสนอราคาประกันรถยนต์ที่ถูกสุดๆ ภายใน 10 วินาที
กรุณาเลือกปี
กรุณาเลือกแบรนด์
กรุณาเลือกรุ่นรถ
กรุณาเลือกรุ่นย่อย


เช็คเบี้ยประกันรถยนต์จากบริษัทชั้นนำ

Get in touch. Call 02 206 8599. Or leave your details now.

กรุณาเลือกปีรถยนต์
กรุณาเลือกยี่ห้อรถยนต์
กรุณาเลือกรุ่นรถยนต์
กรุณาเลือกเครื่องยนต์ จำนวนประตู
กรุณาใส่ชื่อ
กรุณาใส่เบอร์โทรศัพท์
  • ข้อมูลของคุณจะถูกเก็บไว้อย่างปลอดภัย

ใบอนุญาตนายหน้าประกันวินาศภัย เลขที่ ว 00007/2560