โทรหาเรา

02-206-8555

เบอร์โทร
  1. หน้าแรก
  2. บทความ
  3. รู้ลึกทุกเรื่องรถ
  4. วิธีการพ่วงแบตเตอรี่รถยนต์ พร้อม 5 ทริคเด็ด ยืดอายุแบต

วิธีการพ่วงแบตเตอรี่รถยนต์ พร้อม 5 ทริคเด็ด ยืดอายุแบต

เมื่อรถสตาร์ทไม่ติดเพราะแบตเตอรี่หมด แค่รู้วิธีพ่วงแบตเตอรี่กับรถยนต์อีกคัน รถคุณก็พร้อมกลับมาใช้งานได้เหมือนเดิม พร้อมเคล็ดลับง่ายๆ ช่วยถนอมแบต ยืดอายุไปได้อีกเท่าตัว
วิธีการพ่วงแบตเตอรี่รถยนต์

เคยไหมที่คุณบิดกุญแจสตาร์ทเครื่องรถยนต์เท่าไหร่ก็ไม่ติด แบตเตอรี่รถยนต์หมดในขณะที่รีบออกจากบ้านไปทำงาน หรือไปช้อปปิ้ง ทำให้คุณต้องเจอกับปัญหาที่ยุ่งยาก ยังดีที่การพ่วงแบตเตอรี่รถยนต์นั้นทำได้ไม่ยาก เพียงแค่คุณมีสายพ่วงกับรถยนต์ที่มีแบตสภาพดีอีกคันเท่านั้น จริงๆ แล้ว ประกันภัยรถยนต์ชั้น 1 บางแผน มีบริการช่วยเหลือฉุกเฉินในกรณีที่คุณแบตหมด ถ้าอย่างนั้นก็หายห่วงเลยครับ

พ่วงแบตรถยนต์ง่ายๆ ตามขั้นตอนนี้เลย

  1. คุณต้องดับเครื่องและปิดสวิตช์ทั้งหมดภายในรถเสียก่อน ไม่ว่าจะเป็นไฟ วิทยุ ที่ปัดน้ำฝน เนื่องจากอุปกรณ์ทั้งหมดนี้ต้องใช้ไฟจากแบตเตอรี่
  2. เลื่อนรถ 2 คันไปจอดให้อยู่ในตำแหน่งที่ใกล้กันมากที่สุด คุณต้องทำการพ่วงแบตจากรถยนต์ที่มีแบตเตอรี่พร้อมใช้งาน โดยวิธีการที่ง่ายที่สุดก็คือให้หันหน้ารถเข้าหากัน หรืออาจจะใช้วิธีการจอดรถขนานกันก็ได้ แต่ต้องไม่ให้รถยนต์สัมผัสกัน
  3. ทำการต่อสายเคเบิลหรือสายพ่วงเชื่อมต่อกันระหว่างแบตเตอรี่ 2 ลูก เพื่อทำการชาร์จแบตจากรถยนต์อีกคันเข้าไปยังรถของคุณ ซึ่งด้วยหลักการนี้คุณสามารถใช้สายเคเบิลที่สั้นหรือหนากว่าเพื่อให้การชาร์จไฟทำได้เร็วและมีประสิทธิภาพมากขึ้นได้ และคุณต้องรู้ว่าตำแหน่งของแบตเตอรี่ในรถของคุณอยู่ตรงไหน ซึ่งส่วนใหญ่จะอยู่ใต้กระโปรงรถ ในส่วนของเครื่องยนต์ด้านหน้า
  4. ต่อปลายสีแดงของสายเคเบิล เข้ากับขั้วบวกหรือขั้วสีแดงของแบตเตอรี่รถยนต์ที่แบตหมด แล้วให้ต่อปลายสีแดงอีกข้างหนึ่งเข้ากับขั้วสีแดงหรือขั้วบวกของรถยนต์คันที่มีแบตเตอรี่
  5. ต่อขั้วสายแบตเตอรี่สีดำที่เป็นขั้วลบเข้ากับรถคันที่มีแบตเตอรี่ ให้จำไว้ว่า สายเคเบิลนั้นเป็นสายเคเบิลที่มีไฟอยู่ จึงห้ามให้ขั้วสายสีดำอีกข้างหนึ่งไปสัมผัสกับแผงวงจรต่าง ๆ เป็นอันขาด รวมถึงต้องระวังไม่ให้ชิ้นส่วนที่เป็นโลหะอยู่ใกล้ปลายสายเคเบิลขั้วลบ (อย่างเช่น สีที่ทาภายในหรือโดยรอบเครื่องยนต์) เนื่องจากการใช้สายเคเบิลพ่วงแบตเตอรี่นั้นอาจะทำให้เกิดประกายไฟซึ่งอาจจะก่อให้เกิดความเสียหายได้
  6. สตาร์ทรถคันที่มีแบตเตอรี่พร้อมใช้งานก่อน เพื่อทำการชาร์จแบตส่งเข้าไปยังรถคันที่แบตหมดสักพักเพื่อให้มีไฟพอสำหรับการสตาร์ทเครื่อง ในบางกรณีคุณสามารถสตาร์ทเครื่องยนต์ได้เลยหลังจากที่พ่วงสายเคเบิลเข้าด้วยกันเรียบร้อยแล้ว
  7. สามารถตรวจเช็คแบตเตอรี่ว่ากลับมาทำงานได้แล้วหรือไม่ด้วยการเปิดไฟภายในรถ หากว่าไฟยังดูสลัวอยู่ก็ให้รอสักพัก
  8. หลังจากนั้นเมื่อแบตเตอรี่ทำงานได้ปกติแล้ว ก็ให้สตาร์ทเครื่องยนต์ใหม่อีกครั้ง แล้วถอดเอาสายพ่วงออกโดยวิธีการที่สลับกัน คือ เริ่มต้นด้วยการถอดเอาขั้วสีดำที่เป็นขั้วลบออกจากแบตเตอรี่ของรถยนต์ที่นาชาร์จออกก่อน แล้วค่อยถอดขั้วแดงซึ่งเป็นขั้วบวกออกจากรถที่นำมาชาร์จออก หลังจากนั้นก็ถอดสายเคเบิลขั้วสีแดงออกจากรถของคุณ
  9. เมื่อเสร็จเรียบร้อยแล้ว ก็ให้ติดเครื่องยนต์ไว้สักพักประมาณ 15 -30 นาที เพื่อเป็นการชาร์จไฟจากแบตเตอรี่เข้าสู่เครื่องยนต์ให้เพียงพอสำหรับการขับออกไปยังท้องถนน และที่สำคัญก็คืออย่าลืมนำรถไปให้ช่างเช็คความผิดปกติของแบตเตอรี่ด้วยนะครับ

ทริคเด็ดช่วยยืดอายุแบตรถยนต์

แบตเตอรี่เป็นอุปกรณ์หลักในการจ่ายกระแสไฟฟ้าให้กับรถของคุณ และเป็นอุปกรณ์ที่ติดตั้งไว้บริเวณห้องเครื่อง ในบางครั้งที่คุณอาจมีการใช้รถบ่อย ๆ จนอาจไม่มีเวลาได้เอาใจใส่ เพราะคิดว่าเมื่อถึงรอบระยะเวลาที่สมควรก็เพียงแค่เปลี่ยนใหม่เท่านั้น ถ้าเป็นแบบเติมน้ำกลั่นก็ราว ๆ 2 ปี ถ้าเป็นแบบแบตแห้งก็เกือบ 10 ปี แต่ในความเป็นจริงนั้นหากคุณไม่มีการดูแลรักษาอายุการใช้อาจเหลือเพียงครึ่งเดียวของที่ระบุไว้ก็ได้

แค่ทำตามขั้นตอนนี้ คุณสามารถยืดอายุแบตเตอรี่ของคุณออกไปอีกเกือบเท่าตัวเลยทีเดียวนะ!...

  1. ตรวจสอบให้แน่ใจว่าแบตเตอรี่ของคุณมีการชาร์จเก็บไฟในอัตราที่เหมาะสม อัตราการชาร์จไฟที่สูงเกินไปจะลดอายุการใช้งานของแบตเตอรี่มากกว่าอัตราการชาร์จไฟที่ต่ำ เพราะระดับการชาร์จที่สูงนี้จะเกิดความร้อนสะสมที่ขั้วมาก อุปกรณ์ทุกชนิดเมื่อทำงานในภาวะที่อุณหภูมิสูง ๆ อายุการใช้งานก็จะสั้นลงไปอย่างรวดเร็ว
  2. ถ้าเป็นแบตเตอรี่ชนิดเติมน้ำกลั่นต้องหมั่นตรวจสอบระดับน้ำกลั่น น้ำกลั่นมีประโยชน์ในการทำให้เกิดประจุไฟฟ้าภายในแบตเตอรี่และจะทำให้ระบบไฟฟ้าดีที่สุดเมื่อมีการเติมระดับน้ำกลั่นตามที่กำหนดไว้ ในขณะที่มีการใช้งานจะเกิดความร้อนขึ้นและทำให้น้ำกลั่นอุณหภูมิสูงขึ้นจนทำให้เกิดการระเหย หากปล่อยไว้นานจนระดับน้ำกลั่นลดลงไปมาก ๆ ระบบไฟฟ้าก็จะด้อยประสิทธิภาพลง มิหนำซ้ำยังทำให้อุณหภูมิสูงกว่าปกติจนเป็นเหตุให้แบตเตอรี่เสื่อมสภาพไปอย่างรวดเร็วอีกด้วย
  3. เปลี่ยนแบตเตอรี่ตามระยะเวลา แม้ว่าจะมีการดูแลรักษาเป็นอย่างดีแล้ว การเปลี่ยนแบตเตอรี่ใหม่ตามระยะเวลาที่กำหนด ก็ยังคงเป็นทางเลือกที่ดีอยู่ เพียงแต่คุณสามารถที่จะใช้อายุการใช้งานสูงสุดเป็นเกณฑ์ได้ตราบเท่าที่ระบบต่าง ๆ ของรถยังคงทำงานอยู่ดีเป็นปกติ
  4. เช็คแบตเตอรี่ทันทีที่มีสัญญาณเตือนบางอย่าง สัญญาณไฟที่เตือนบนหน้าปัดแล้วมีสัญลักษณ์เกี่ยวกับแบตเตอรี่ แม้คุณจะไม่รู้ว่ามันบอกอะไรคุณแต่นั่นเป็นสัญญาณที่บอกให้คุณรู้ว่าแบตเตอรี่กำลังมีปัญหาแน่นอน รีบนำไปตรวจเช็คซะ ซึ่งขั้นตอนในการตรวจเช็คก็กินเวลาไม่เกิน 5 นาทีเท่านั้นเอง โดยช่างจะตรวจสอบระดับไฟฟ้าของอุปกรณ์ส่วนต่าง ๆ จากบริเวณแบตเตอรี่และแผงฟิวส์ที่อยู่ใกล้ ๆ กันนั่นเอง
  5. รักษาความสะอาดด้านบนหรือที่ขั้วแบตเตอรี่อยู่เป็นประจำ คราบขี้เกลือที่เกิดขึ้นบริเวณขั้วแบตเตอรี่นั้นจะทำให้การส่งกระแสไฟฟ้าด้อยประสิทธิภาพลง ความร้อนที่บริเวณขั้วจะสูงขึ้นมากจนเป็นเหตุให้แบตเตอรี่หมดอายุเร็วกว่าปกติ ทุกครั้งที่มีการตรวจสอบน้ำมันเครื่อง น้ำหม้อน้ำ ก็แวะไปทำความสะอาดแบตเตอรี่ซักนิด ก็คงไม่เสียเวลามากใช่ไหมล่ะ เพียงเท่านี้แบตเตอรี่ของคุณก็มีอายุการใช้งานที่ยาวนานขึ้นอีกโขเลยทีเดียว

อย่าลืมว่าการขับขี่ ความปลอดภัยเป็นสิ่งสำคัญ ทำประกันภัยรถยนต์ไว้อุ่นใจที่สุด จะประกันชั้น 1 ชั้น 2+ ชั้น 3+ หรือ ชั้น 3 ก็ได้ ปลอดภัยไว้ก่อนครับ

รับใบเสนอราคาประกันรถยนต์ที่ถูกสุดๆ ภายใน 10 วินาที
กรุณาเลือกปี
กรุณาเลือกแบรนด์
กรุณาเลือกรุ่นรถ
กรุณาเลือกรุ่นย่อย


เช็คเบี้ยประกันรถยนต์จากบริษัทชั้นนำ

Get in touch. Call 02 206 8599. Or leave your details now.

กรุณาเลือกปีรถยนต์
กรุณาเลือกยี่ห้อรถยนต์
กรุณาเลือกรุ่นรถยนต์
กรุณาเลือกเครื่องยนต์ จำนวนประตู
กรุณาใส่ชื่อ
กรุณาใส่เบอร์โทรศัพท์
  • ข้อมูลของคุณจะถูกเก็บไว้อย่างปลอดภัย

ใบอนุญาตนายหน้าประกันวินาศภัย เลขที่ ว 00007/2560