พูดคุยเกี่ยวกับประกันภัย

6 พฤติกรรมการใช้รถที่บ่งบอกว่ากำลังทำร้ายรถคุณเอง

รักษารถทึ่คุณรักให้ใช้ได้นานๆ แค่หมั่นตรวจเช็คสถาพรถอย่างเดียวไม่เพียงพอ ต้องหยุดพฤติกรรมการขับรถที่เสี่ยงต่อการทำร้ายรถโดยไม่รู้ตัวด้วยเช่นกัน

6 พฤติกรรมการใช้รถที่บ่งบอกว่ากำลังทำร้ายรถคุณเอง

1. ละเลยการเช็คไฟเครื่องยนต์ ไฟสัญญาณเตือนเหล่านี้มีความสำคัญนะ เพราะเป็นการเตือนว่าสิ่งเหล่านั้นเริ่มเกิดปัญหาขึ้นแล้ว เมื่อคุณพบสัญญาณแล้วควรหาโอกาสทำการตรวจเช็คโดยเร็วไม่ควรปล่อยทิ้งไว้เป็นเวลานานเพราะบางทีอาจมีสาเหตุเพียงแค่น้ำมันเครื่องน้อยกว่าปกติก็ได้ ซึ่งหากปล่อยทิ้งไว้จนน้ำมันเครื่องแห้งก็อาจเป็นเหตุให้เครื่องยนต์พังเสียหายใช้การไม่ได้ต้องยกเครื่องใหม่ก็เป็นได้ เข้าทำนองเสียน้อยเสียยาก เสียมากเสียง่าย การส่งซ่อมกรณีนี้ใช้เวลานานมากเสียด้วย ไม่คุ้มกันเลยกับการยอมเสียเวลานำไปตรวจเช็คเสียแต่แรก

2. ไม่ชอบเปลี่ยนน้ำมันเครื่องและไส้กรอง น้ำมันเครื่องมีรอบระยะเวลาที่ระบุไว้ให้ทำการเปลี่ยน ปกติก็ประมาณทุก 10,000 กิโลเมตรหรือทุก 6 เดือน น้ำมันเครื่องที่เปลี่ยนใหม่จะช่วยให้เครื่องยนต์ทำงานได้ดีมีประสิทธิภาพ ไม่มีเศษตะกอนหลุดลอดเข้าไปสร้างความเสียหายให้เกิดกับเครื่องยนต์ ไส้กรองเองก็เช่นกันหากกรองสกปรกก็มีโอกาสที่เศษฝุ่นละอองจะหลุดลอดเข้าไปในเครื่องยนต์ได้ เครื่องก็เดินไม่สะดวก มีแต่ผลเสียทั้งนั้น

3. ไม่เช็คแรงดันลมยาง แรงดันลมยางที่เหมาะสมจะช่วยให้รถของคุณขับได้อย่างมีประสิทธิภาพมากที่สุด ช่วยลดความเสี่ยงในการเกิดอุบัติเหตุได้ หากยางอ่อนเกินไปเครื่องยนต์ของคุณต้องทำงานหนักขึ้น หากยางแข็งเกินไปการขับขี่ขณะเข้าโค้งจะยึดเกาะถนนได้ไม่ดี อันตรายมาก หรือหากเป็นช่วงที่มีอากาศร้อนก็มีความเสี่ยงที่ยางอาจระเบิดได้ การเติมลมยางให้เหมาะสมยังช่วยให้รถประหยัดเชื้อเพลิงได้ด้วย

4. ไม่ทำตามตารางการตรวจสภาพรถ กรณีเช่นนี้เกิดขึ้นบ่อย ด้วยอาจจะยุ่งมากจนไม่ทันได้สังเกตวันที่ต้องตรวจสภาพรถ หากไม่นานก็ไม่เท่าไหร่ แต่หากทิ้งไว้นานสภาพเครื่องยนต์ที่มีความสกปรกของน้ำมันเครื่องเก่า หรือไส้กรองสกปรก บริเวณข้อต่อล้อที่อาจมีความเสียหายอยู่แล้ว เมื่อนานวันเข้าก็เสียหายหนักขึ้น จนอาจทำให้ไม่สามารถขับขี่ได้เลยก็ได้

5. ปล่อยให้รถสกปรก ความสกปรกที่ว่านี้หมายความถึงทุกบริเวณตั้งแต่ภายในรถ ซึ่งอาจทำให้ท่อแอร์อุดตัน หรือเบรกฝืดเบรกสะดุด ความสกปรกตามข้อต่อล้อรถหรือเพลาที่เป็นเหตุทำให้ช่วงล่างรถอาจเกิดความเสียหายอย่างรุนแรงได้ หรือแม้กระทั่งความสกปรกของห้องเครื่อง ควรหาเวลาอย่างน้อยสัปดาห์ละครั้งจัดการสังคายนาความสกปรกนี้ให้หมดเพื่อให้รถของคุณทำงานได้เป็นปกติและดูใหม่อยู่เสมอด้วย

6. ชอบขับรถกระชาก เป็นพฤติกรรมการขับรถที่ออกตัวเร็ว เบรกเร็ว หรือขับด้วยอารมณ์หงุดหงิด ผลที่เกิดขึ้นจะทำให้เครื่องยนต์ของคุณทำงานหนักเนื่องจากมีการเปลี่ยนความเร็วในการขับแบบกะทันหัน นอกจากนั้นยังทำให้เปลืองเชื้อเพลิงมากขึ้นอีกด้วย

รับใบเสนอราคาประกันรถยนต์ที่ถูกสุดๆ ภายใน 10 วินาที