โทรหาเรา

02-206-8555

เบอร์โทร
  1. หน้าแรก
  2. บทความ
  3. เรื่องน่ารู้ประกันรถยนต์
  4. เทคนิคการเลือกประกันภัยรถยนต์ให้เหมาะกับตัวเอง แบบไหนคุ้มสุด

เทคนิคการเลือกประกันภัยรถยนต์ให้เหมาะกับตัวเอง แบบไหนคุ้มสุด

เทคนิคการเลือกประกันภัยรถยนต์ให้เหมาะกับตัวเองที่สุด เพื่อให้เราไม่ต้องจ่ายเบี้ยประกันสูงเกินความจำเป็น โดยที่ยังมีความคุ้มครองเหมาะสมกับเรา
ผู้หญิงสองคน ซื้อขายรถยนต์

โดยปกติแล้ว นอกเหนือจาก พ.ร.บ.รถยนต์ภาคบังคับ ที่รถทุกคันต้องทำแล้วนั้น ประกันภัยรถยนต์ภาคสมัครใจที่เจ้าของรถซื้อเอง มีอยู่ 3 ประเภท หรือ 3 “ชั้น” ได้แก่ ชั้นที่ 1, 2, 3 และ นอกจากนั้น ยังมีชั้นย่อยที่ขยายความคุ้มครอง ได้แก่ ชั้น 2+ และชั้น 3+ ซึ่งแต่ละชั้นก็จะมีความคุ้มครองทั้งส่วนของฝั่งผู้ขับเอง และฝั่งของบุคคลภายนอกแตกต่างกันไป ซึ่งคุณสามารถศึกษาถึงความแตกต่างของประกันรถยนต์แต่ละชั้นได้ง่ายๆ และสามารถเลือกรับความคุ้มครองตามแบบที่ต้องการได้เลย

แต่เมื่อเปิดรายละเอียดกรมธรรม์ดูแล้ว หลายคนคงจะงงกับศัพท์ประกันต่างๆ ที่ก็ดูเหมือนจะมีความสำคัญ แต่ก็ยังไม่เข้าใจอยู่ วันนี้เราจะพามาทำความรู้จักรายละเอียดพื้นฐานต่างๆ ที่ควรรู้เวลาเลือกซื้อแผนประกันรถยนต์กันครับ

คุณเหมาะกับประกันฯ ชั้นไหน เลือกให้ถูก

เริ่มจากมาดูตารางที่จะโชว์ให้คุณเห็นความแตกต่างระหว่างประกันชั้นต่างๆ ก่อน

ความคุ้มครองหลัก ชั้น 1 ชั้น 2+ ชั้น 3+ ชั้น 3
ความเสียหายต่อรถยนต์
ชนแบบไม่มีคู่กรณี green check - - -
ชนแบบมีคู่กรณี green check green check green check -
บริการช่วยเหลือฉุกเฉิน 24 ชั่วโมง (เมื่อเกิดอุบัติเหตุ) green check
(เฉพาะบางแผน)
- - -
ความเสียหายต่อรถยนต์ - จากไฟไหม้/รถหาย/ภัยธรรมชาติ
ไฟไหม้ green check green check - -
รถหาย green check green check - -
ภัยธรรมชาติ (รวมน้ำท่วม) green check green check
(เฉพาะบางแผน)
- -
ความรับผิดชอบต่อบุคคลที่สาม
ความรับผิดชอบต่อความเสียหายของทรัพย์สิน green check green check green check green check
ความรับผิดชอบต่อการบาดเจ็บหรือเสียชีวิต green check green check green check green check
ความคุ้มครองเพิ่มเติม
ประกันอุบัติเหตุส่วนบุคคล green check green check green check green check
ค่ารักษาพยาบาล green check green check green check green check
ประกันตัวผู้ขับขี่ green check green check green check green check

ถ้าดูในแง่ของความคุ้มครองอย่างเดียวนั้น ประกันภัยรถยนต์ชั้น 1 ย่อมจะเป็นประเภทที่ดีที่สุด เพราะมีความคุ้มครองที่ครอบคลุมมากที่สุด แต่บางที ประกันที่ความคุ้มครองมากที่สุด ก็อาจจะไม่ใช่ประกันที่เหมาะสม หรือคุ้มค่าที่สุดสำหรับคุณก็ได้ เพราะถ้าหากเป็นคนที่มีทักษะการขับรถที่ดี สมาธิดี วินัยดี และมีการใช้งานที่ไม่เสี่ยงอันตราย นั่นแสดงว่าเป็นคนที่มีความเสี่ยงต่ำ ดังนั้น ค่าเบี้ยประกันที่จ่ายแพง และความคุ้มครองที่ครอบคลุมทุกอย่าง อาจจะมีมากเกินความเหมาะสมที่สอดคล้องกับความเสี่ยงของผู้ขับ อาจจะเป็นการสูญเปล่าด้วยซ้ำ

ดังนั้น วิธีที่เหมาะสมที่สุดในการบริหารความเสี่ยงในเรื่องของค่าซ่อมรถยนต์ จึงอาจจะไม่ใช่วิธี “ซื้อประกันรถยนต์แบบที่ความคุ้มครองมากที่สุด” แต่ควรจะเป็น “ซื้อแบบที่มีความคุ้มครองที่สอดคล้องกับพฤติกรรมและความเสี่ยงของเรามากที่สุด” มากกว่า เพื่อให้เราไม่ต้องจ่ายเบี้ยประกันที่สูงเกินความจำเป็น

  1. เลือกทำประกันภัยรถยนต์ชั้น 1

    • หากต้องการความคุ้มครองครอบคลุมในทุกกรณีที่เกิดอุบัติเหตุ จะโดนชนแล้วหนี โดนขูด โดนกรีด โดนงัดอะไร ก็คุ้มครองหมด
    • หากซื้อรถใหม่ป้ายแดง หรือเป็นคนรักรถมากๆ
    • หากยังขับรถไม่ค่อยแข็ง ประสบการณ์ในการขับขี่น้อย เสี่ยงต่อการเกิดอุบัติเหตุสูง
    • หากต้องการความคุ้มครองกรณี เช่น รถหาย น้ำท่วม ไฟไหม้ ภัยธรรมชาติ เป็นต้น
  2. เลือกทำประกันภัยรถยนต์ชั้น 2+ หรือชั้น 3+

    • หากมีประสบการณ์ในการขับรถมาระยะหนึ่ง ขับแข็งพอสมควร
    • หากขับขี่ดีโดยไม่ค่อยมีการแจ้งเคลมประกัน หรือเกิดขึ้นน้อยครั้งมากๆ
    • หากใช้รถมานานประมาณ 3 ปีขึ้นไป
    • หากต้องการประกันภัยรถยนต์ราคากลางๆ และให้ความคุ้มครองรถของเราเองด้วย
    • หากรับได้กับความเสี่ยงในกรณีเกิดอุบัติเหตุรถชน เราจะต้องระบุคู่กรณีได้ รวมถึงที่ชนด้วยต้องเป็นยาพาหนะทางบกเท่านั้น ไม่งั้นไม่รับประกัน
  3. เลือกทำประกันภัยรถยนต์ชั้น 3

    • หากใช้รถไม่บ่อย นานๆ ใช้ที
    • หากขับแค่บริเวณใกล้ๆ บ้าน
    • หากต้องการแค่ให้รถยนต์มีประกัน เน้นความคุ้มครองที่คู่กรณีเป็นหลัก
    • หากรถมีอายุมากกว่า 7 – 10 ปีขึ้นไป

เมื่อคุณรู้แล้วว่าต้องการอะไร อาจจะลองคำนวณทุนประกันเองคร่าวๆ ออนไลน์เพื่อประมาณราคาที่จะต้องจ่ายไว้ก่อน จะได้มีหลักยึดเวลาเปรียบเทียบแผนต่างๆ จากหลายๆบริษัท

ทำความรู้จัก ทุนประกันภัยรถยนต์

ทุนประกันภัย หมายถึง วงเงินค่าสินไหมสูงสุดที่บริษัทประกันภัยรถยนต์ จะต้องจ่ายให้แก่ผู้เอาประกันในกรณีเกิดความเสียหายต่อรถยนต์ในส่วนของค่าซ่อมรถ ซึ่งบริษัทประกันฯ จะซ่อมให้ทันทีเฉพาะกรณีความเสียหายจากอุบัติเหตุหรือเหตุการณ์ไม่คาดฝัน เช่น รถหาย รถไฟไหม้ เป็นต้น ไม่ว่าจะเป็นความเสียหายบางส่วนที่ยังซ่อมไหว หรือความเสียหายโดยสิ้นเชิงเกิน 70% จำเป็นต้องขายซากรถ ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับเงื่อนไขของประเภทประกันภัยรถยนต์ด้วยว่า คุณเลือกทำประกันภัยรถยนต์ชั้น 1 ประกันภัยรถยนต์ชั้น 2+ หรือประกันภัยรถยนต์ชั้น 3+

ทุนประกันเท่าไหร่ดี มาดูวิธีคำนวณทุนประกันภัยรถยนต์

โดยหลักๆ ส่วนใหญ่ การคิดทุนประกันภัย จะคำนวณจาก ราคากลางในตลาด หรือราคาซื้อสำหรับรถมือใหม่ป้ายแดง เป็นต้น โดยจะมีการหักค่าเสื่อมการใช้งานไว้อย่างน้อย 10% ทำให้ทุนประกันภัยจะอยู่ประมาณ 90% ของราคาขายในตลาดกลาง

ขณะที่รถป้ายแดงได้ทุนประกันภัยเริ่มต้นเพียง 80 % ของราคาที่ซื้อมา เนื่องจาก ถ้าเป็นการซื้อเงินผ่อน ส่วนใหญ่แล้ว เงินดาวน์จะอยู่ประมาณ 20% ของราคาเต็ม ไม่อย่างนั้นแล้ว จำนวนเงินชดเชยจะเกินจากราคาขายเต็มจำนวน แต่ถ้าหากว่าเป็นการซื้อรถด้วยเงินสดเต็มจำนวน ไม่มีการผ่อนชำระ ก็จะสามารถทำทุนประกันภัยได้สูงสุดที่ 90% ของราคาขาย

จากนั้นในปีถัดไปของการทำประกันภัย ทุนประกันภัยจะอยู่ที่ 90% ของทุนประกันภัยในปีที่แล้ว หรืออาจจะเป็น 90% ของราคาตลาดกลางในขณะนั้น ได้ทั้งสองกรณีขึ้นอยู่กับสาเหตุใด เช่น บางรายอาจจำทุนประกันภัยปีที่แล้วไม่ได้ หรือไม่ทราบ ราคารถตกอย่างรวดเร็วทำให้ไม่สามารถใช้ราคาทุนของปีที่แล้วเป็นที่ตั้งได้ เป็นต้น

ประกันระบุคนขับ กับไม่ระบุคนขับ ต่างกันอย่างไร แบบไหนดีกว่า?

การระบุชื่อผู้ขับขี่ตอนที่ซื้อประกันภัยรถยนต์จะช่วยให้ประหยัดเบี้ยประกันมากกว่า โดยเฉพาะถ้าคุณใช้รถยนต์คันนั้นเพียงคนเดียว การทำประกันภัยรถยนต์แบบระบุตัวผู้ขับ จะได้รับส่วนลดเบี้ยประกันตามอายุของผู้ขับ

การทำประกันภัยรถยนต์แบบระบุตัวผู้ขับ บริษัทประกันฯ จะให้คุณระบุชื่อผู้ขับได้มากที่สุด 2 คน หรือหากคุณขับเพียงคนเดียว ก็ใส่เพียงชื่อคุณคนเดียว การคิดคำนวณเบี้ยประกันจะใช้ผู้ขับที่มีเกณฑ์ความเสี่ยงสูงในการขับขี่เป็นตัวคำนวณเบี้ยประกัน ซึ่งในปัจจุบันนี้มีการกำหนดเกณฑ์ความเสี่ยงและได้รับส่วนลดตามเกณฑ์อายุ

18 - 24 ปี รับส่วนลด 5%
15 - 35 ปี รับส่วนลด 10%
36 - 50 ปี รับส่วนลด 15%
อายุมากกว่า 50 ปี รับส่วนลด 20% ในการต่อประกัน

“ซ่อมห้าง” หรือ “ซ่อมอู่” ดีกว่ากัน?

สำหรับคนที่ทำประกันภัยรถยนต์ชั้น 1 เวลามีให้เลือกว่าเราอยากจะเอารถของเราเข้าซ่อมที่ไหนในช่วงการเคลมประกันรถยนต์ ระหว่าง “ซ่อมห้าง” หรือ “ซ่อมอู่” ซึ่งมีความแตกต่างกัน…แล้วเราควรจะเลือกแบบไหน?

ซ่อมห้าง

ซ่อมห้าง หรือ เรียกอีกอย่างว่า “ซ่อมศูนย์” คือการซ่อมที่ศูนย์รถยนต์ยี่ห้อรถที่ซื้อมา ปกติจะเป็นศูนย์ที่เราออกรถนั่นเอง

ข้อดีของการซ่อมห้าง

  • หากรถคุณเป็นรถรุ่นใหม่ๆ ซ่อมห้าง จะมีอะไหล่ใหม่รับรองให้คุณมากกว่า ขณะที่ซ่อมอู่ อาจจะหาอะไหล่ไม่ได้ และต้องรอสั่ง
  • อะไหล่ที่ได้ เป็นของแท้แน่นอน อุ่นใจ เพราะสั่งตรงจากโรงงานแม่
  • หากรถมีปัญหาเฉพาะภายในเครื่องยนต์ อู่ศูนย์จะเชื่อใจได้มากกว่า มีผู้เชี่ยวชาญเฉพาะประจำอยู่
  • งานส่วนใหญ่จะเรียบร้อยได้มาตรฐาน

ข้อเสียของการซ่อมห้าง

  • ราคาแพงกว่า และหากคุณเลือกซ่อมอู่ก่อนแล้วส่งซ่อมห้างทีหลัง จะต้องจ่าย “ค่าเสียส่วนต่าง” เพิ่มด้วย
  • ระยะเวลานานกว่ามาก ตั้งแต่การรอคิวที่นานมาก และการซ่อมก็ใช้เวลานานกว่า
  • บางจังหวัด บางสถานที่ ก็ไม่มีศูนย์บริการ จึงอาจมีปัญหาที่การเข้าถึง

ซ่อมอู่

การ “ซ่อมอู่” แยกเป็น 2 อย่าง คือ อู่นอกเครือของบริษัทประกันภัยรถยนต์ และอู่ในเครือของบริษัทประกันภัยรถยนต์ ถ้าส่งซ่อมอู่ในเครือ คุณไม่ต้องสำรองเงินออกไปก่อน เพียงแค่คุณต้องเช็คให้ดีว่า อู่นี้คืออู่ในเครือของประกันที่คุณใช้หรือไม่ ส่วนอู่นอกเครือ จะต้องสำรองเงินออกไปก่อน หลังจากนั้นจึงนำใบเสร็จไปเคลมเงินจากประกันทีหลัง และอาจได้ไม่เต็มจำนวน

ข้อดีของการซ่อมอู่

  • ส่วนใหญ่คนเลือกซ่อมอู่ใกล้บ้าน รู้จักกัน เพื่อนแนะนำ จึงคุยง่าย หาง่าย สะดวก
  • เบี้ยประกันรถยนต์ถูกกว่าซ่อมศูนย์มาก
  • มีตัวเลือกให้คุณเลือกเยอะ
  • ไม่ต้องรอนานเหมือนซ่อมห้าง บางที 1-2 วัน ก็ได้รถแล้ว

ข้อเสียของการซ่อมอู่

  • หากซ่อมเสร็จ แล้วเกิดปัญหา บางอู่ไม่รับผิดชอบแก้ไขให้
  • อาจโดนโกงเรื่องอะไหล่ ใช้ของปลอม ใช้ของถูก ใช้ของมือสองหรือมือสาม ตาดีได้ตาร้ายเสีย ลองดูเทคนิค ทำยังไงไม่ให้โดนอู่ซ่อมรถโกง ก่อนนำรถเข้าอู่
  • ถ้าเลือกอู่ดี มีคนแนะนำมา งานก็อาจจะเรียบร้อย แต่ถ้าเลือกไม่ดี งานอาจจะหยาบ ทำแบบขอไปทีก็ได้

เลือกประกันภัยรถยนต์ชั้นไหนให้เหมาะกับ “รถมือสอง”

หลายคนนิยมเลือกใช้รถยนต์มือสอง ด้วยเหตุผลหลายประการ อาทิ ความชอบส่วนตัว ราคาที่ไม่สูงเท่ารถมือหนึ่ง เปลี่ยนง่ายเมื่อรู้สึกเบื่อ ฯลฯ แต่สิ่งสำคัญสำหรับรถทุกคันก็คือ “ประกันภัยรถยนต์” ถ้าเป็นการซื้อครั้งแรกที่รถคันนั้นยังอยู่ในช่วงความคุ้มครองอยู่ก็ไม่มีปัญหา แต่คุณเองก็สามารถที่จะวางแผนเปลี่ยนประเภทของประกันภัยรถยนต์ หรือเพิ่มความคุ้มครองเฉพาะส่วนได้หากคิดว่าจำเป็นและเป็นประโยชน์

  1. เลือกทำประกันภัยรถยนต์ชั้น 1 หากรถ (มือสอง) ของคุณยังมีสภาพเยี่ยม ใกล้เคียงกับสภาพเดิมที่ส่งมาจากศูนย์ และคุณเองก็ขับขี่อยู่เป็นประจำ จะช่วยเอื้อประโยชน์กับคุณและรถมากที่สุด ไมว่าจะเป็นการให้ความคุ้มครองที่ครอบคลุมในทุกๆ ด้านทั้งผู้ขับขี่เองและบุคคลอื่น รวมถึงค่าซ่อมรถของคุณและรถของผู้อื่น แม้จะมีค่าเบี้ยประกันสูง แต่สามารถลดเบี้ยประกันได้หลายวิธี เช่น ซื้อประกันภัยรถยนต์แบบยอมรับค่าเสียหายส่วนแรก ซื้อประกันภัยรถยนต์แบบระบุคนขับ เป็นต้น
  2. เลือกทำประกันภัยรถยนต์ชั้น 2+, 3+ และ 3 กรณีรถค่อนข้างเก่าแล้ว และไม่ได้ใช้งานบ่อย หรือพิจารณาดูแล้วว่าตนเองขับรถไว้ใจได้ มีความเสี่ยงในการเกิดอุบัติเหตุค่อนข้างน้อย แต่การทำประกันภัยรถยนต์ประเภทรองลงมานี้ หากเกิดอุบัติเหตุคุณต้องรับผิดชอบในส่วนของตัวคุณเองทั้งค่ารักษาพยาบาล และอาจรวมไปถึงค่าซ่อมรถด้วย ลองเปรียบเทียบดูว่าคุ้มค่าหรือไม่

สิ่งที่สำคัญสำหรับการเลือกซื้อประกันคือการหาข้อมูล คุณต้องศึกษาและเปรียบเทียบราคา พิจารณาเฉพาะข้อมูลพื้นฐานที่มีเหมือนกันทุกบริษัทก่อน เช่น ให้ความคุ้มครองในวงเงินสูงสุดเท่าไหร่ มีค่าเสียหายส่วนแรกไหม มีข้อยกเว้นอะไรบ้างที่จะทำให้ไม่ได้รับการประกันภัย หากคุณไม่สันทัด คุณอาจเลือกนายหน้าประกันภัยมืออาชีพ อย่างเช่น EasyCompare ให้ช่วยตอบทุกข้อสงสัยของคุณได้อย่างกระจ่างชัด รวมไปถึงให้คำแนะนำในกรณีที่คุณเองอาจคาดไม่ถึงหลาย ๆ กรณี ช่วยคุณเปรียบเทียบแผนราคาประกันจากทุกบริษัท รวบรวมแผนที่เหมาะสำหรับคุณที่สุดมาให้เลือก เพื่อความอุ่นใจในการขับขี่ เช็คเบี้ยประกันรถยนต์ทุกชั้น พร้อมรับส่วนลดกับเราวันนี้เลย

รับใบเสนอราคาประกันรถยนต์ที่
ถูกสุดๆ ภายใน 10 วินาที
กรุณาเลือกปีรถยนต์
กรุณาเลือกยี่ห้อรถยนต์
กรุณาเลือกรุ่นรถยนต์
กรุณาเลือกเครื่องยนต์ จำนวนประตู
กรุณาใส่ชื่อ
กรุณาใส่เบอร์โทรศัพท์
  • ข้อมูลของคุณจะถูกเก็บไว้อย่างปลอดภัย
ใบอนุญาตนายหน้าประกันวินาศภัย เลขที่ ว 00007/2560
กรุณาเลือกปี
กรุณาเลือกแบรนด์
กรุณาเลือกรุ่นรถ
กรุณาเลือกรุ่นย่อย


เช็คเบี้ยประกันรถยนต์จากบริษัทชั้นนำ

Get in touch. Call 02 206 8599. Or leave your details now.

กรุณาเลือกปีรถยนต์
กรุณาเลือกยี่ห้อรถยนต์
กรุณาเลือกรุ่นรถยนต์
กรุณาเลือกเครื่องยนต์ จำนวนประตู
กรุณาใส่ชื่อ
กรุณาใส่เบอร์โทรศัพท์
  • ข้อมูลของคุณจะถูกเก็บไว้อย่างปลอดภัย

ใบอนุญาตนายหน้าประกันวินาศภัย เลขที่ ว 00007/2560