easycompare
telephone
phone
line
  1. หน้าแรก
  2. บทความ
  3. เรื่องน่ารู้ประกันรถยนต์
  4. รู้จักประกันรถยนต์ราคาแพงที่สุดในปี 2022

รู้จักประกันรถยนต์ราคาแพงที่สุดในปี 2022

ปฏิเสธไม่ได้ว่าประกันรถยนต์เป็นสิ่งจำเป็นสำหรับผู้ครอบครองรถทุกคน ยิ่งเป็นรถยนต์หรู รถสปอร์ต รถ Supercar ด้วยแล้ว หากเกิดอุบัติเหตุแม้เพียงเล็กน้อย ก็มักมาพร้อมกับค่าใช้จ่ายที่สูงไปตามราคารถอย่างแน่นอน

แล้วเคยสงสัยไหมว่า…รถยนต์เหล่านี้ มีเงื่อนไขการทำประกันรถเหมือนรถยนต์ทั่วไปหรือไม่ แล้วควรเลือกแผนประกันภัยแบบไหนถึงเหมาะสมที่สุด วันนี้เรารวมเรื่องน่ารู้ เกี่ยวกับประกันรถยนต์ราคาแพงที่สุดในปี 2022 มาฝากกันครับ

ก่อนอื่นเราสามารถแบ่งประเภทของรถหรูกันก่อน ซึ่งตลาดได้แบ่งประเภทไปตามสมรรถนะ ขนาดของตัวรถและเครื่องยนต์ได้ดังนี้

  1. รถหรูขนาดเล็ก (Entry–Level Luxury)
    รถหรูขนาดคอมแพค มีขนาดเท่ารถเล็กทั่วไป แต่เป็นรถเป็นรถยนต์ที่มีสมรรถนะสูง ด้วยเครื่องยนต์ขนาดใหญ่ และตกแต่งที่หรูหรา ใช้วัสดุราคาแพง ยกตัวอย่าง เช่น Mercedes-Benz C Class , Lexus , Audi A4 , BMW Series 3
  2. รถหรูระดับกลาง (Mid-Size Luxury)
    รถหรูที่มีขนาดใหญ่กว่ารถขนาดกลางโดยทั่วไป เน้นการตกแต่งที่หรูหรามากขึ้นกว่ารถหรู ระดับ Entry–Level Luxury ยกตัวอย่างเช่น Mercedes-Benz E Class , BMW Series 5
  3. รถหรูขนาดใหญ่ (Full-Size Luxury)
    รถยนต์ขนาดใหญ่ ที่มาพร้อมกับความหรูหราเต็มพิกัด และสมรรถนะในการขับขี่ที่สูง ใช้เครื่องยนต์ 6-12 สูบขึ้นไป ยกตัวอย่าง เช่น Mercedes-Benz S Class, Jaguar , BMW Series 7
  4. รถซูเปอร์คาร์ (Supercar)
    เป็นรถที่ออกแบบเพื่อการขับขี่ที่เน้นการใช้ความเร็วสูง เครื่องยนต์ที่นับเป็นซูเปอร์คาร์ คือมีขนาด 6 สูบขึ้นไป เช่น Lamborghini
  5. รถสปอร์ต
    รถยนต์ที่เน้นการขับขี่ที่รวดเร็ว เต็มสมรรถนะ โดยส่วนมากออกแบบให้มี 2 ที่นั่งซะส่วนใหญ่ คุณสมบัติเฉพาะก็คือ การขนาดของตัวถังที่เบากว่ารถยนต์โดยทั่วไปเพื่อรีดสมรรถนะการขับขี่สูงสุด ยกตัวอย่างเช่น Porsche 911

ยกตัวอย่าง ข้อกำหนดประกันภัย แบบไหนถึงเรียก รถ Supercar

รถ Supercar เป็นรถยนต์ที่มีสมรรถนะสูงกว่ารถยนต์ทั่วไป ออกแบบมาเพื่อการขับขี่ที่ใช้ความเร็ว ซึ่งบริษัทประกันภัยมีหลักเกณฑ์ในการรับพิจารณาประกันภัยรถยนต์กลุ่มนี้ ดังนี้ครับ

  • เป็นรถยนต์ที่มีประตูน้อยกว่า 4 ประตู
  • ขนาดเครื่องยนต์ 2,000 ลูกบาศก์เซนติเมตรขึ้นไป
  • อัตราเร่ง 0-100 ภายใน 5 วินาทีหรือน้อยกว่า
  • ความแรงของเครื่องยนต์ 250 แรงม้าขึ้นไป
  • ความเร็วสูงสุด 250 กิโลเมตร/ชั่วโมงหรือมากกว่า
  • ราคาขายจากผู้จัดจำหน่าย 5 ล้านบาทขึ้นไป

บริษัทประกันทั่วไปนั้นมักจะไม่รับทำประกันรถหรู ซูเปอร์คาร์เท่าไหร่นัก ผู้เป็นเจ้าของรถยนต์ประเภทนี้ จึงมักจะต้องทำประกันผ่านบริษัทประกันที่มีแผนเฉพาะสำหรับรถยนต์ระดับไฮเอนด์ และแน่นอนว่าค่าเบี้ยจะมีราคาสูงมากเมื่อเทียบกับรถยนต์ทั่วไป

ส่วนคำถามที่ว่า ราคาเบี้ยประกันรถหรูมีราคาเท่าไหร่ จริง ๆ แล้ว การคำนวณเบี้ยประกันภัยรถนั้นมีเงื่อนไขหลายอย่างที่ต่างไปในหลายปัจจัย จึงจำเป็นจะต้องเช็คเบี้ยประกันรถยนต์จากบริษัทประกันรถที่รับทำประกันรถหรู ข้อแตกต่างระหว่างรถยนต์หรู รถสปอร์ต Supercar กับรถยนต์ทั่วไป ก็คือ ต้องให้รายละเอียดในเอกสาร High Sum ซึ่งเป็นเอกสารสำหรับบริษัทประกันภัยในการพิจารณารับประกันภัยรถยนต์ที่มีมูลค่าทุนประกันภัยสูงหลายล้านบาท ที่ผู้ทำประกันจะต้องให้ข้อมูลอย่างครบถ้วนด้วยครับ

เอกสาร High Sum ต้องให้ข้อมูลอะไรบ้าง ?

  1. ยี่ห้อรุ่นรถ
    เพื่อเป็นข้อมูลให้บริษัทประกันพิจารณา ในเรื่องการส่งซ่อมและอะไหล่ เนื่องจากรถยนต์เหล่านี้อะไหล่มักต้องสั่งจากต่างประเทศใช้ระยะเวลานาน บริษัทประกันจึงมักจะมีข้อบันทึกยืนยันไม่ใช้สิทธิการเรียกร้องค่าขาดประโยชน์จากการไม่ได้ใช้รถ
  2. ข้อมูลผู้เอาประกันภัย
    ประกันภัยรถหรู รถ Supercar กำหนดให้ต้องมีผู้ทำประกันภัย 2 คน เนื่องจากอุบัติเหตุส่วนใหญ่มักเกิดกับคนขับขี่ที่ไม่ได้เป็นคนทำประกันภัยเอง
  3. ข้อมูลผู้ขับขี่
  4. ดีลเลอร์ที่ออกรถ
    เนื่องจากรถยนต์เหล่านี้ง่ายต่อการสวมทะเบียนและเลี่ยงภาษี บริษัทประกันภัยจึงเน้นทำประกันจากบริษัทดีลเลอร์ (ผู้นำเข้าโดยตรง) เท่านั้น
  5. อายุเพศ ผู้เอาประกัน และผู้ขับขี่
    โดยมากจะกำหนดผู้ขับขี่อายุมากกว่า 29 ปี หากอายุต่ำกว่าก็จะมค่าเสียหายส่วนแรกที่สูง
  6. ประสบการณ์ขับรถความเร็วสูง
  7. ข้อมูลประกันภัยเดิม

หมายเหตุ : เอกสาร High Sum อาจแตกต่างไปตามเงื่อนไขของแต่ละบริษัทประกันภัย

ประกันภัยรถหรู รถ Supercar คำนวณเบี้ยประกันอย่างไร

ปัจจัยในการคำนวณเบี้ยประกัน อาทิ ราคาซื้อตั้งต้น มูลค่ารถเมื่อเทียบกับราคาตลาดในขณะทำประกัน อายุการใช้งาน อุปกรณ์เสริม อะไหล่ตัวรถและเครื่องยนต์ การตกแต่ง ความถี่ในการใช้งาน เป็นต้น

จัดอันดับรถหรูซูเปอร์คาร์ประกันภัยหลักล้าน !

  1. Bugatti Super Sport ราคารถยนต์ตั้งต้นอยู่ที่ 86.4 ล้านบาท ด้วยเครื่องยนต์ที่แรง ราคาเบี้ยประกันเริ่มต้นที่ 1.44 ล้านบาท
  2. Pagani Zonda Cinque Roadster ราคารถยนต์ตั้งต้นอยู่ที่ 66 ล้านบาท ส่งผลให้เบี้ยประกันทะยานไปเท่าตัวรถยนต์ทั่วไป เริ่มต้นที่ 1.08 ล้านบาทเลยทีเดียว
  3. Aston Martin One-77 รถหรูสนนราคา 66 ล้านบาทคันนี้ คำนวณเบี้ยประกันรถหรูซูเปอร์คาร์ อยู่ที่ 1.08 ล้านบาทเช่นเดียวกัน

อ้างอิง : ราคาประกันภัยรถยนต์ซูเปอร์คาร์ https://www.finder.com/th/supercar-insurance

รถหรู รถซูเปอร์คาร์ ความคุ้มครองที่เหมือนและแตกต่าง

ปัจจุบันการทำประกันรถหรู มักรับทำประกันกับผู้นำเข้าโดยตรง ซึ่งมีอยู่ประมาณ 5-10 แบรนด์ อาทิ Porsche , Ferrari , Lamborghini ซึ่งการเลือกประกันรถชั้น 1 ถือเป็นทางเลือกที่เหมาะสมที่สุด สำหรับรถหรู ซูเปอร์คาร์ หากพิจารณาในด้านความคุ้มครองแล้ว รถหรู รถซูเปอร์คาร์ มีข้อแตกต่างกับรถยนต์ทั่วไป

ผู้เอาประกันจะต้องเสียค่าเสียหายส่วนแรก ในกรณีเป็นผู้ขับรถชนหรือไม่สามารถติดตามคู่กรณีได้ ซึ่งค่าเสียหายส่วนแรกของรถหรู รถซูเปอร์คาร์ จะสูงกว่ารถยนต์ทั่วไป โดยมากจะไม่ต่ำกว่า 100,000 บาทต่อครั้ง และหากมีการเคลมค่าเสียหายโดยมากมักเป็นหลักสิบล้าน บริษัทประกันจึงกำหนดเงื่อนไขรับประกันเพื่อไม่ให้เกิดอัตราความเสียหายที่สูงเกินค่ามาตรฐาน 70% ซึ่งเป็นอัตราเดียวกันกับกับรถยนต์ทั่วไปนั่นเอง รถหรู รถซูเปอร์คาร์ นั้นผู้เอาประกันควรให้ความสำคัญกับแผนประกันที่ครอบคลุม กรณีอุบัติเหตุที่ทำให้เกิดคดีอาญา เนื่องจากการออกแบบให้ขับขี่ด้วยความเร็ว ย่อมเสี่ยงต่อความเสียหายที่เกิดขึ้นกับชีวิตและทรัพย์สินของผู้อื่นได้มากกว่ารถยนต์ทั่วไป สำหรับรถหรู รถซูเปอร์คาร์ ประกันชั้น 1 ครอบคลุมทุกรณี ดูแลทั้งคนขับ คู่กรณี บุคคลภายนอก รถสูญหาย ไฟไหม้ แต่ไม่รับคุ้มครองกรณี ขับรถโดยเมาสุราที่มีแอลกอฮอล์เกินกว่า 50 มิลลิกรัมเปอร์เซ็นต์

เตรียมพร้อม ! เช็คประกันภัยรถยนต์ของคุณ กับความเสี่ยงที่เพิ่มขึ้น รู้จักประกันรถหรูซูเปอร์คาร์ไปแล้ว มาถึงประกันรถยนต์ทั่วไปกันบ้าง ทราบไหมครับว่าช่วงปีนี้...คนไทยค้นหาคำว่า 'ประกันรถยนต์' ใน Google เพิ่มขึ้นเท่าตัว ส่วนหนึ่งเป็นผลมาจากความไม่มั่นใจในบริษัทประกันหลายแห่ง จากกรณีแผนประกันภัยโควิด เจอ จ่าย จบ ในช่วงการระบาดของโควิด 19 ที่ทำให้บริษัทประกันภัยหลายแห่งเกิดปัญหาสภาพคล่องในการจ่ายค่าสินไหมทดแทน คนส่วนใหญ่จึงมองหาบริษัทประกันภัยในด้านต่าง ๆ ที่น่าเชื่อถือและมั่นคงมากขึ้น หากคุณคือ อีกหนึ่งผู้ใช้รถที่มีความกังวล และต้องการหาทางเลือกประกันรถยนต์ที่มีความมั่นคง อีกทั้งมองหาเบี้ยประกันภัยรถยนต์ที่สอดคล้องกับความต้องการของคุณมากที่สุดด้วย Easy Compare มีคำตอบเกี่ยวกับประกันรถยนต์ รวมถึงปัจจัยอะไรบ้างที่ทำให้คุณเสียเบี้ยประกันภัยแพง เพื่อเป็นการวางแผนเลือกประกันภัยที่เป็นประโยชน์มากที่สุด

อ้างอิงสถิติค้นหาประกันภัยรถยนต์ : https://bit.ly/3A452UK

ประกันรถยนต์ กับสถิติอุบัติเหตุท้องถนน ความเสี่ยงที่เกิดขึ้นตลอดเวลา

จากข้อมูลรายงานอุบัติเหตุบนท้องถนนโครงข่ายคมนาคม TRAMS รายงานว่าทุก ๆ 52 กิโลเมตร จะมีผู้เสียชีวิตจากอุบัติเหตุ 1 ราย ซึ่งสะท้อนถึงวินัยทางจราจร และสภาพแวดล้อมที่ทำให้การใช้รถใช้ถนนในประเทศไทยที่มีความเสี่ยง

จากรายงานสถิติการเกิดอุบัติเหตุทางถนนในประเทศไทยแห่งเดียวกัน (1 ม.ค 2565-31 มิถุนายน 2565) ให้ข้อมูลอุบัติเหตุที่เกิดขึ้นบนกรมทางหลวงชนบท พบว่าสูงถึง 171 เหตุ และจากข้อมูลซึ่งสอดคล้องกับ สถิติการเกิดอุบัติเหตุทางถนนในประเทศไทย จากศูนย์ข้อมูลอุบัติเหตุเพื่อเสริมสร้างวัฒนธรรมความปลอดภัยท้องถนน รายงานสิ้นสุด ณ วันที่ 31 พฤษภาคม 2655 ว่ามีผู้ประสบภัยจากอุบัติเหตุจากท้องถนน รวมทั้งสิ้นถึง 366,152 ซึ่งเป็นรถยนต์ส่วนบุคคลถึง 46.27 %

โดยสถิติที่น่าสนใจจากกระทรวงคมนาคมล่าสุด ณ วันที่ 25 มกราคม 2565 ยังเผยข้อมูลที่เป็นประโยชน์ ว่ารถที่เกิดอุบัติเหตุมากที่สุด เรียง 5 อันดับ คือ

  1. อันดับ 1. รถปิกอัพบรรทุก 4 ล้อ
  2. อันดับ 2. รถส่วนบุคคลสาธารณะ
  3. อันดับ 3. รถจักรยานยนต์
  4. อันดับ 4. รถบรรทุกมากกว่า 10 ล้อ
  5. อันดับ 5. รถบรรทุก 6 ล้อ และรถตู้

โดยรายงานพบว่าลักษณะอุบัติเหตุที่เกิดขึ้นบ่อยที่สุด คือ อุบัติเหตุรถพลิกคว่ำตกถนนในทางตรงมากที่สุด 43% ชนท้าย 31% ซึ่งสาเหตุที่ใหญ่ที่สุดการขับรถเร็วกว่าอัตรากำหนดถึง 78%

อ้างอิงสถิติอุบัติเหตุท้องถนน : https://trams.mot.go.th/report-executive

จากข้อมูลดังกล่าว ประกันรถยนต์จึงมีความจำเป็นเป็นอย่างมากต่อผู้ครอบครองรถยนต์ เพราะเป็นการซื้อความคุ้มครองความเสี่ยงให้กับตัวเองและผู้อื่นทั้งด้านทรัพย์สิน ร่างกายและชีวิต

ทำความเข้าใจประกันรถยนต์ง่าย ๆ ว่า คืออะไร มีแบบไหนบ้าง?

Comprehending Car Insurance

ประกันรถยนต์ เกิดขึ้นเพื่อคุ้มครองความสูญเสียและเสียหายที่เกิดจากการใช้รถ ไม่ว่าจะเป็น ความเสียหาย การบุบสลาย สูญหาย และการเสียหายที่เกิดกับชีวิต ร่างกายและทรัพย์สิน ของบุคคลภายนอกและผู้โดยสารที่มากับรถยนต์ที่มีประกันรถยนต์ และแบ่งเป็น 2 ประเภทหลัก คือ ประกันภัยภาคบังคับ และประกันภัยภาคสมัครใจ

ประกันภัยภาคบังคับ (Compulsory Motor Insurance) คืออะไร

ประกันภัยภาคบังคับ ถือเป็นข้อกำหนดให้เจ้าของหรือผู้ครอบครองรถต้องจัดให้มี เพื่อคุ้มครองผู้ประสบภัยจากรถทุกคน ไม่ว่าจะประสบภัยจากรถที่ใช้ เป็นผู้อยู่ในเส้นทาง หรือเกิดจากสิ่งหนึ่งสิ่งใดที่บรรทุกมากับรถ ให้ได้รับการชดใช้หรือเยียวยาความสูญเสียและเสียหาย ตามความคุ้มครองที่พระราชบัญญัติคุ้มครองผู้ประสบภัยจากรถ พ.ศ. 2535 กำหนดไว้ จึงมีโทษปรับไม่เกิน 10,000 บาท หากเจ้าของรถหรือผู้ครอบครองไม่ทำประกันภัยตามที่กำหนด

ประกันภัยภาคบังคับ (Compulsory Motor Insurance) คุ้มครองอะไรบ้าง

ความคุ้มครอง ของประกันภาคบังคับ ครอบคลุมค่ารักษาพยาบาลตามความเสียหายจริง ไม่เกิน 80,000 บาท ครอบคลุมการเสียชีวิต ทุพพลภาพถาวรสิ้นเชิง หรือสูญเสียอวัยวะ 500,000 ต่อราย

ข้อมูลจากสมาคมประกันวินาศภัยระบุการคุ้มครองผู้ประสบภัยดังนี้

ความคุ้มครองต่อราย
ค่ารักษาพยาบาล ตามความเสียหายที่แท้จริงไม่เกิน 80,000 บาท
เสียชีวิต500,000 บาท
สูญเสียอวัยวะ/ทุพพลภาพอย่างถาวร หรือทุพพลภาพถาวรสิ้นเชิง (กรณีสูญเสียอวัยวะ เป็นไปตามเงื่อนไขกรมธรรม์ประกันภัยคุ้มครองผู้ประสบภัยจากรถ) 200,000 - 500,000 บาทต่อหนึ่งคน
ค่าชดเชยรายวันกรณีเข้ารักษาตัวเป็นผู้ป่วยใน จ่ายตามวันที่รักษาจริง ไม่เกิน 20 วัน200 บาท/วัน

ค่าเสียหายเบื้องต้น

บริษัทประกันวินาศภัยจะจ่ายค่าเสียหายเบื้องต้น (เป็นวงเงินเดียวกันกับความคุ้มครองข้างต้น) ให้แก่ผู้ประสบภัยที่ได้รับความเสียหายต่อชีวิต ร่างกาย โดยไม่ต้องรอการพิสูจน์ความรับผิดให้เสร็จสิ้นภายใน 7 วัน นับแต่วันที่บริษัทได้รับการร้องขอ โดยจ่ายเป็นค่าเสียหายเบื้องต้นดังต่อไปนี้

  1. กรณีผู้ประสบภัยได้รับความเสียหายต่อร่างกาย บริษัทจะจ่ายค่ารักษาพยาบาล และค่าใช้จ่ายอันจำเป็นเกี่ยวกับการรักษาพยาบาล ตามจำนวนที่จ่ายไปจริง แต่ไม่เกิน 30,000 บาทต่อหนึ่งคน
  2. กรณีผู้ประสบภัยได้รับความเสียหายต่อร่างกายอย่างหนึ่งอย่างใดดังต่อไปนี้ บริษัทจะจ่ายค่าเสียหายเบื้องต้นจำนวน 35,000 บาทต่อหนึ่งคน
    1. ตาบอด
    2. หูหนวก
    3. เป็นใบ้ หรือเสียความสามารถในการพูด หรือลิ้นขาด
    4. สูญเสียอวัยวะสืบพันธุ์
    5. เสียแขน ขา มือ เท้า นิ้ว
    6. เสียอวัยวะอื่นใด
    7. จิตพิการอย่างติดตัว
    8. ทุพพลภาพอย่างถาวร
  3. กรณีผู้ประสบภัยได้รับความเสียหายต่อชีวิต บริษัทจะจ่ายค่าปลงศพและค่าใช้จ่ายอันจำเป็นเกี่ยวกับการจัดการศพของผู้ประสบภัยตามจำนวนเงินค่าเสียหายเบื้องต้น 35,000 บาทต่อหนึ่งคน
  4. จำนวนตามข้อ 1. และ 2. รวมกัน หรือจำนวนข้อ 1. และ 3. รวมกัน แต่หากผู้ประสบภัยได้รับความเสียหายตามข้อ 1. 2. และ 3. หรือได้รับความเสียหายตามข้อ 2. และ 3. ให้ได้รับค่าเสียหายเบื้องต้นรวมกันไม่เกินจำนวน 65,000 บาท

หมายเหตุ *ผู้ประสบภัยที่เป็นผู้ขับขี่รถที่เป็นฝ่ายผิด หรือไม่มีคู่กรณี จะได้รับความคุ้มครองเฉพาะค่าเสียหายเบื้องต้นเท่านั้น

ประกันรถยนต์ภาคสมัครใจ (Voluntary Motor Insurance) คืออะไร

หมายถึง การประกันภัยที่ไม่ได้บังคับให้ทำโดยกฎหมาย แต่เจ้าของรถยนต์สามารถจัดหาเพิ่มเติมเพื่อคุ้มครองความเสียหายที่อาจจะเกิดขึ้นกับตัวรถ และความรับผิดชอบของเจ้าของผู้เอาประกันภัยต่อบุคคลภายนอก และเนื่องจากไม่ได้มีการบังคับทางกฎหมาย ผู้ขับขี่รถยนต์บนท้องถนนบางท่าน ก็อาจจะไม่ได้ซื้อประกันรถยนต์ภาคสมัครใจเพิ่มเติม ทำให้ไม่มีหลักประกันความเสี่ยงทั้งกับผู้ขับขี่และผู้ใช้รถใช้ถนนร่วมหากมีอุบัติเหตุเกิดขึ้น

ประกันรถยนต์ภาคสมัครใจ (Voluntary Motor Insurance) คุ้มครองอะไรบ้าง

ปัจจุบันประกันรถยนต์สมัครใจ สามารถแบ่งความคุ้มครองได้ทั้งสิ้น 5 ประเภท โดยมีรายละเอียดการให้ความคุ้มครองที่ครอบคลุม มีดังนี้

การประกันรถยนต์ประเภท 1
ให้ความคุ้มครองที่ครอบคลุม และสูงที่สุดเมื่อเทียบกับประเภทอื่น ๆ กรมธรรม์ประกันภัยรถยนต์ประเภท 1 เป็นการประกันภัยที่ให้ความคุ้มครองมากกว่าการประกันภัยรถยนต์ประเภทอื่น ๆ โดยมีความคุ้มครองหลักครบทั้ง 3 หมวดการคุ้มครอง ดังนี้

  1. หมวดการคุ้มครองความรับผิดต่อบุคคลภายนอก
    1. ความเสียหายต่อชีวิต ร่างกาย หรืออนามัย บริษัทประกันภัยจะรับผิดชดใช้ค่าสินไหมทดแทนเพื่อความเสียหายต่อชีวิต ร่างกาย หรืออนามัย ของบุคคลภายนอก เฉพาะส่วนเกินวงเงินสูงสุดตามกรมธรรม์ประกันภัยคุ้มครองผู้ประสบภัยจากรถ ตามความเสียหายที่แท้จริงที่ผู้เอาประกันภัยจะต้องรับผิดชอบตามกฎหมายต่อบุคคลภายนอกไม่เกินจำนวนเงินเอาประกันภัยต่อคน (ต้องมีจำนวนเงินเอาประกันภัยไม่น้อยกว่า 500,000 บาทต่อคน) ที่ระบุไว้ในตารางกรมธรรม์ประกันภัย และไม่เกินจำนวนเงินเอาประกันภัยต่อครั้งที่ระบุไว้ในตารางกรมธรรม์ประกันภัย

      ทั้งนี้ บุคคลภายนอกที่ได้รับความคุ้มครองจะไม่รวมถึงผู้ขับขี่ที่เป็นฝ่ายที่จะต้องรับผิดตามกฎหมาย ตลอดจนลูกจ้างในทางการที่จ้าง คู่สมรส บิดา มารดา บุตรของผู้ขับขี่นั้น
    2. ความเสียหายต่อทรัพย์สิน บริษัทจะรับผิดชดใช้ค่าสินไหมทดแทนเพื่อความเสียหายต่อทรัพย์สินของบุคคลภายนอก ซึ่งผู้เอาประกันภัยจะต้องรับผิดชอบตามกฎหมาย และความรับผิดของบริษัทจะมีไม่เกินจำนวนเงินเอาประกันภัยที่ระบุไว้ในตารางกรมธรรม์ประกันภัย
  2. หมวดการคุ้มครองรถยนต์สูญหายไฟไหม้
    1. กรณีรถยนต์สูญหาย บริษัทประกันภัยจะรับผิดชดใช้ค่าสินไหมทดแทน เมื่อรถยนต์หรือส่วนหนึ่งส่วนใดของรถยนต์ รวมทั้งอุปกรณ์ เครื่องตกแต่ง หรือสิ่งที่ติดประจำอยู่กับตัวรถยนต์ตามมาตรฐานที่ติดตั้งมากับรถยนต์โดยโรงงานประกอบรถยนต์หรือศูนย์จำหน่ายรถยนต์ และให้รวมถึงอุปกรณ์เครื่องตกแต่งที่ได้ทำเพิ่มขึ้น และผู้เอาประกันภัยได้แจ้งให้บริษัททราบด้วยแล้ว สูญหายไปอันเกิดจากการกระทำความผิดเฉพาะฐานลักทรัพย์ ชิงทรัพย์ ปล้นทรัพย์ ยักยอกทรัพย์ หรือเกิดความเสียหายต่อรถยนต์อันเกิดจากการกระทำความผิด หรือการพยายามกระทำความผิดเช่นว่านั้น แต่ไม่รวมการสูญหายจากการกระทำความผิดฐานฉ้อโกง
    2. กรณีรถยนต์ไฟไหม้ บริษัทประกันภัยจะชดใช้ค่าสินไหมทดแทน เมื่อรถยนต์เกิดความเสียหายจากไฟไหม้ ไม่ว่าจะเป็นการไหม้โดยตัวของมันเอง หรือเป็นการไหม้ที่เป็นผลสืบเนื่องจากสาเหตุใด ๆ ก็ตาม
  3. หมวดการคุ้มครองความเสียหายต่อรถยนต์ บริษัทจะชดใช้ค่าสินไหมทดแทนเพื่อความเสียหายที่เกิดขึ้นระหว่างระยะเวลาประกันภัย ต่อรถยนต์รวมทั้งอุปกรณ์ เครื่องตกแต่ง หรือสิ่งที่ติดประจำอยู่กับตัวรถยนต์มาตรฐานที่ติดตั้งมากับรถยนต์โดยโรงงานประกอบรถยนต์หรือศูนย์จำหน่ายรถยนต์ และให้รวมถึงอุปกรณ์เครื่องตกแต่งที่ได้ทำเพิ่มขึ้น และผู้เอาประกันภัยได้แจ้งให้บริษัททราบด้วยแล้ว แต่ไม่รวมถึงความเสียหายที่เกิดจากไฟไหม้ เช่น กันชนหน้ารถแตกหักจากการขับรถชนต้นไม้ ประตูรถได้รับความเสียหายจากการถูกเฉี่ยวชนกิ่งไม้หล่นใส่หลังคารถ เป็นต้น

การประกันรถยนต์ประเภท 2
เป็นการประกันภัยที่ให้ความคุ้มครองใกล้เคียงกับการประกันภัยรถยนต์ประเภท 1 แตกต่างกันเพียงไม่มีความคุ้มครองความเสียหายที่เกิดขึ้นกับตัวรถยนต์ โดยมีความคุ้มครองหลัก ดังนี้

  1. หมวดการคุ้มครองความรับผิดต่อบุคคลภายนอก
    1. ความเสียหายต่อชีวิต ร่างกาย หรืออนามัย บริษัทประกันวินาศภัยจะรับผิดชดใช้ค่าสินไหมทดแทนเพื่อความเสียหายต่อชีวิต ร่างกาย หรืออนามัย ของบุคคลภายนอก เฉพาะส่วนเกินวงเงินสูงสุดตามกรมธรรม์ประกันภัยคุ้มครองผู้ประสบภัยจากรถ ตามความเสียหายที่แท้จริงที่ผู้เอาประกันภัยจะต้องรับผิดชอบตามกฎหมายต่อบุคคลภายนอกไม่เกินจำนวนเงินเอาประกันภัยต่อคน (ต้องมีจำนวนเงินเอาประกันภัยไม่น้อยกว่า 500,000 บาทต่อคน) ที่ระบุไว้ในตารางกรมธรรม์ประกันภัย และไม่เกินจำนวนเงินเอาประกันภัยต่อครั้งที่ระบุไว้ในตารางกรมธรรม์ประกันภัย

      ทั้งนี้ บุคคลภายนอกที่ได้รับความคุ้มครองจะไม่รวมถึงผู้ขับขี่ที่เป็นฝ่ายที่จะต้องรับผิดตามกฎหมาย ตลอดจนลูกจ้างในทางการที่จ้าง คู่สมรส บิดา มารดา บุตรของผู้ขับขี่นั้น
    2. ความเสียหายต่อทรัพย์สิน บริษัทจะรับผิดชดใช้ค่าสินไหมทดแทนเพื่อความเสียหายต่อทรัพย์สินของบุคคลภายนอก ซึ่งผู้เอาประกันภัยจะต้องรับผิดชอบตามกฎหมาย และความรับผิดของบริษัทจะมีไม่เกินจำนวนเงินเอาประกันภัยที่ระบุไว้ในตารางกรมธรรม์ประกันภัย
  2. หมวดการคุ้มครองรถยนต์สูญหายไฟไหม้
    1. กรณีรถยนต์สูญหาย บริษัทประกันวินาศภัยจะรับผิดชดใช้ค่าสินไหมทดแทน เมื่อรถยนต์หรือส่วนหนึ่งส่วนใดของรถยนต์ รวมทั้งอุปกรณ์ เครื่องตกแต่ง หรือสิ่งที่ติดประจำอยู่กับตัวรถยนต์ตามมาตรฐานที่ติดตั้งมากับรถยนต์โดยโรงงานประกอบรถยนต์หรือศูนย์จำหน่ายรถยนต์ และให้รวมถึงอุปกรณ์เครื่องตกแต่งที่ได้ทำเพิ่มขึ้น และผู้เอาประกันภัยได้แจ้งให้บริษัททราบด้วยแล้ว สูญหายไปอันเกิดจากการกระทำความผิดเฉพาะฐานลักทรัพย์ ชิงทรัพย์ ปล้นทรัพย์ ยักยอกทรัพย์ หรือเกิดความเสียหายต่อรถยนต์อันเกิดจากการกระทำความผิด หรือการพยายามกระทำความผิดเช่นว่านั้น แต่ไม่รวมการสูญหายจากการกระทำความผิดฐานฉ้อโกง
    2. กรณีรถยนต์ไฟไหม้ บริษัทประกันวินาศภัยจะชดใช้ค่าสินไหมทดแทน เมื่อรถยนต์เกิดความเสียหายจากไฟไหม้ ไม่ว่าจะเป็นการไหม้โดยตัวของมันเอง หรือเป็นการไหม้ที่เป็นผลสืบเนื่องจากสาเหตุใด ๆ ก็ตาม

การประกันรถยนต์ประเภท 3
เป็นการประกันภัยที่ให้ความคุ้มครองน้อยกว่าการประกันภัยรถยนต์ประเภท 1 และประเภท 2 โดยบริษัทประกันภัยจะชดใช้ค่าสินไหมทดแทนเฉพาะความรับผิดตามกฎหมายต่อบุคคลภายนอก ดังนี้

  1. ความเสียหายต่อชีวิต ร่างกาย หรืออนามัย บริษัทประกันวินาศภัยจะรับผิดชดใช้ค่าสินไหมทดแทนเพื่อความเสียหายต่อชีวิต ร่างกาย หรืออนามัย ของบุคคลภายนอก เฉพาะส่วนเกินวงเงินสูงสุดตามกรมธรรม์ประกันภัยคุ้มครองผู้ประสบภัยจากรถ ตามความเสียหายที่แท้จริงที่ผู้เอาประกันภัยจะต้องรับผิดชอบตามกฎหมายต่อบุคคลภายนอกไม่เกินจำนวนเงินเอาประกันภัยต่อคน (ต้องมีจำนวนเงินเอาประกันภัยไม่น้อยกว่า 500,000 บาทต่อคน) ที่ระบุไว้ในตารางกรมธรรม์ประกันภัย และไม่เกินจำนวนเงินเอาประกันภัยต่อครั้งที่ระบุไว้ในตารางกรมธรรม์ประกันภัย

    ทั้งนี้ บุคคลภายนอกที่ได้รับความคุ้มครองจะไม่รวมถึงผู้ขับขี่ที่เป็นฝ่ายที่จะต้องรับผิดตามกฎหมาย ตลอดจนลูกจ้างในทางการที่จ้าง คู่สมรส บิดา มารดา บุตรของผู้ขับขี่นั้น
  2. ความเสียหายต่อทรัพย์สิน บริษัทจะรับผิดชดใช้ค่าสินไหมทดแทนเพื่อความเสียหายต่อทรัพย์สินของบุคคลภายนอก ซึ่งผู้เอาประกันภัยจะต้องรับผิดชอบตามกฎหมาย และความรับผิดของบริษัทจะมีไม่เกินจำนวนเงินเอาประกันภัยที่ระบุไว้ในตารางกรมธรรม์ประกันภัย

การประกันรถยนต์ประเภท 4
กรมธรรม์ประกันภัยรถยนต์ คุ้มครองความรับผิดต่อทรัพย์สินบุคคลภายนอก ให้ความคุ้มครองต่อบุคคลภายนอกเท่านั้น โดยคุ้มครองความรับผิดต่อทรัพย์สินของบุคคลภายนอก 100,000 บาทต่ออุบัติเหตุแต่ละครั้ง

การประกันรถยนต์ประเภท 5
การประกันภัยรถยนต์แบบคุ้มครองเฉพาะภัย เป็นแบบคุ้มครองภัยเฉพาะที่พัฒนาใช้งานขึ้นมาในภายหลัง แบ่งเป็น 2 แบบ ดังนี้

  1. แบบประกัน 2 พลัส (2+) ให้ความคุ้มครองรับผิดชอบต่อความเสียหายแบบประกันภัย ชั้น 2 แต่เพิ่มความรับผิดต่อความเสียหายต่อตัวรถยนต์คันเอาประกันภัยกรณีที่ชนกับยานพาหนะทางบกเท่านั้น และต้องมีคู่กรณี โดยให้ความคุ้มครอง ดังนี้
    1. คุ้มครองความรับผิดต่อชีวิต ร่างกาย หรืออนามัยของบุคคลภายนอก และผู้โดยสารในรถ
    2. คุ้มครองความรับผิดต่อทรัพย์สินของบุคคลภายนอก
    3. คุ้มครองการสูญหายและไฟไหม้ของตัวรถยนต์คันเอาประกันภัย
    4. คุ้มครองความเสียหายต่อรถยนต์คันเอาประกันภัย กรณีชนกับยานพาหนะทางบก
  2. แบบประกัน 3 พลัส (3+) ให้ความคุ้มครองรับผิดชอบต่อความเสียหายแบบประกันภัย ชั้น 3 แต่เพิ่มความรับผิดต่อความเสียหายต่อตัวรถยนต์คันเอาประกันภัยกรณีที่ชนกับยานพาหนะทางบกเท่านั้น และต้องมีคู่กรณี โดยให้ความคุ้มครอง ดังนี้
    1. คุ้มครองความรับผิดต่อชีวิต ร่างกาย หรืออนามัยของบุคคลภายนอก และผู้โดยสารในรถ
    2. คุ้มครองความรับผิดต่อทรัพย์สินของบุคคลภายนอก
    3. คุ้มครองความเสียหายต่อรถยนต์คันเอาประกันภัย กรณีชนกับยานพาหนะทางบก

ข้อมูลอ้างอิง : สมาคมประกันวินาศภัย

ทำไมเบี้ยประกันภัยของรถยนต์แต่ละคันจึงไม่เท่ากัน

Why are premiums different

ก่อนอื่นต้องทำความเข้าใจก่อนว่ามีปัจจัยอะไรบ้างที่นำมาคำนวณเบี้ยประกันภัย หากเป็น พ.ร.บ. คุ้มครองผู้ประสบภัยจากรถ อัตราเบี้ยประกันจะขึ้นอยู่กับประเภทของรถ เช่น รถบรรทุก รถส่วนบุคคลสาธารณะ รถขนส่ง แต่หากเป็น ประกันภัยรถยนต์ภาคสมัครใจ จะมีปัจจัยที่ส่งผลต่ออัตราค่าเบี้ย ดังนี้

  1. เบี้ยประกันพื้นฐานตามประเภทของรถ
  2. กลุ่มรถยนต์
  3. ลักษณะการใช้รถ
  4. อายุรถยนต์
  5. ขนาดรถยนต์ แยกตามลักษณะการใช้รถยนต์ ได้แก่
    1. ขนาดเครื่องยนต์ อาทิรถยนต์นั่ง รถยนต์นั่งรับจ้างสาธารณะ
    2. นำหนักบรรทุก ใช้กับรถยนต์บรรทุก รถพ่วง รถลากจูง
    3. จำนวนที่นั่งใช้สำหรับรถยนต์โดยสาร
  6. จำนวนเงินเอาประกันภัย
  7. อุปกรณ์เพิ่มพิเศษ เช่น กล้องหน้ารถ
  8. อายุของผู้ขับขี่

อ้างอิงข้อมูลเพิ่มเติม :ปัจจัยส่งผลต่อเบี้ยรถยนต์ https://www.oic.or.th/sites/default/files/part3.pdf

ซื้อประกันรถยนต์ ทำไมเบี้ยประกันราคาแพงขึ้นทุกปี?

นอกจากเบี้ยประกันภัยที่ไม่เท่ากัน ซึ่งขึ้นอยู่กับปัจจัยที่กล่าวมาแล้วนั้น ยังจำแนกหัวข้อ ที่ส่งผลต่ออัตราค่าเบี้ยประกันภัยที่สูงขึ้น จากปัจจัยดังนี้

  1. ทุนประกันสูง
    ทุนประกันเป็นไปตามข้อตกลงระหว่างบริษัทประกันภัยและผู้ครอบครองรถยนต์ ซึ่งมักจะครอบคลุม 70-80% ตามราคารถยนต์ ซึ่งเป็นค่าเสียหายที่สามารถเคลมค่าใช้จ่ายได้ เมื่อเกิดอุบัติเหตุที่ไม่สามารถซ่อมแซมรถให้กลับมาใช้งานได้ตามปกติอีกต่อไป ยิ่งทุนประกันภัยในข้อนี้สูง ก็จะมีเบี้ยประกันที่สูงขึ้นด้วย
  2. ประวัติการขับขี่
    คุณอาจได้ยินบ่อย ๆ ว่า ปีนี้เคลมบ่อยเบี้ยประกันปีหน้าต้องสูงแน่เลย นั่นก็เพราะว่าการเคลมประกันภัยรถยนต์ในแต่ละปี ถือเป็นประวัติในการขับขี่ที่สะท้อนถึงพฤติกรรมการขับขี่ของผู้เอาประกันภัย หากไม่เคยเคลมเลยก็ทำให้ได้รับเบี้ยประกันรถยนต์ที่ถูกลง ในทางกลับกันหากเคลมบ่อย ก็จะได้เบี้ยประกันรถยนต์ที่สูงขึ้นด้วย

    ทั้งนี้ ประวัติการขับขี่ ช่วยลดเบี้ยประกันภัยราย โดยมีหลักเกณฑ์การลดเป็นลำดับขึ้น ดังนี้
    • ขับรถดี 1 ปี ได้รับส่วนลด 20% ในปีต่อไป
    • ขับรถดี 2-3 ปี ติดกันได้รับส่วนลด 30% ในปีต่อไป
    • ขับรถดีตั้งแต่ 3 ปีขึ้นไป ได้รับส่วนลด 40% ในปีต่อไป
    • ขับรถดีตั้งแต่ 4 ปีขึ้นไป ได้รับส่วนลด 50% ปีต่อไปเรื่อย ๆ
  3. ประเภทของประกันภัยรถยนต์
    ประกันภัยรถยนต์แต่ละชนิด อาทิ ประกันภัยรถยนต์ชั้น 1 ย่อมเบี้ยประกันแพงกว่าชั้น 2,3 เพราะขึ้นอยู่กับความคุ้มครอง ยิ่งคุ้มครองมาก เบี้ยประกันก็ยิ่งสูงตามไปด้วย
  4. การระบุชื่อผู้ขับขี่
    การระบุชื่อผู้ขับขี่รถยนต์ที่ชัดเจนเพียงคนเดียว แสดงให้เห็นว่ารถยนต์ที่ทำประกันภัยไม่ได้เปลี่ยนผู้ขับขี่บ่อย ทำให้มีความเสี่ยงในการเกิดอุบัติที่เหตุที่น้อยกว่า จึงมีเบี้ยประกันที่ถูกลงด้วย
  5. อายุและเพศของผู้ขับขี่
    อายุ และเพศ สามารถบอกพฤติกรรมการใช้รถได้เหมือนกัน เพศชายมีแนวโน้มขับรถเร็วมากกว่าเพศหญิง และมีสถิติในการเกิดอุบัติเหตุที่สูงกว่า โดยพบว่า 60-70%ของอุบัติเหตุในประเทศไทยมาจากผู้ขับขี่เพศชาย (อ้างอิง : https://www.easysunday.com/blog/female-get-cheaper-car-insurance/) สำหรับอายุของผู้ขับขี่ บริษัทประกันภัยจะประเมินว่า ผู้มีอายุน้อยมีแนวโน้มที่จะขับขี่ที่เสี่ยงอุบัติเหตุมากกว่า เนื่องจากอายุน้อยก็มีประสบการณ์ในการขับขี่ที่น้อยลงไปด้วย โดยจะคำนวณส่วนลดของอายุดังนี้
    • อายุ 18-24 ส่วนลด 5%
    • อายุ 25-34 ส่วนลด 10%
    • อายุ 36-50 ส่วนลด 15%
    • อายุ 50 ปีขึ้นไปส่วนลด 20%
  6. ข้อกำหนดการซ่อมอู่/ซ่อมห้าง
    การเลือกซ่อมรถที่ศูนย์ซ่อมรถยนต์ (ซ่อมห้าง) จะมีเบี้ยประกันที่สูงกว่าการเลือกซ่อมอู่ ด้วยมาตรฐานการบริการ ค่าบริการ และอะไหล่ที่มีราคาสูงกว่านั่นเอง
  7. การกำหนดค่าเสียหายส่วนแรก
    ค่าเสียหายส่วนแรก คือค่าใช้จ่ายที่คุณต้องจ่ายเองในกรณีในกรณีที่มีการเคลม เกิดขึ้น โดย คปภ. กำหนดไว้ไม่เกิน 5,000 บาท หากคุณเป็นคนขับรถที่ไม่มีความเสี่ยง การเลือกทำประกันที่มีค่าเสียหายส่วนแรก จึงเป็นแนวทางที่ดีที่ช่วยให้คุณประหยัดค่าใช้จ่ายในการซื้อประกันรถยนต์ไปได้
  8. ยี่ห้อและอายุของรถยนต์
    รถยนต์ราคาแพง ค่าใช้จ่ายในการซ่อมบำรุงก็สูงขึ้นไปด้วย รวมถึงอายุการใช้งานของรถยนต์ก็ทำให้เบี้ยประกันรถยนต์สูงไปด้วยตามความเสื่อม รวมถึงยังทำให้ทุนประกันลดลงไป 10% ในแต่ละปี

โดยส่วนใหญ่แล้วการคำนวณเบี้ยประกันภัย นั้นไม่ได้มีรายละเอียดที่แตกต่างกันมากในรถยนต์ส่วนบุคคลทั่วไป แต่หากคุณครอบครองรถหรู รถซูเปอร์คาร์ ซึ่งเป็นรถที่มีสมรรถนะสูง ออกแบบมาให้ขับขี่ด้วยความเร็ว ใช้นวัตกรรมและเทคโนโลยีในการผลิตที่สูง รวมถึงมักมีการตกแต่งด้วยอุปกรณ์พิเศษ ทำให้มีอัตราเบี้ยประกันภัยสูงขึ้น

จากที่เกริ่นไปข้างต้นบทความ ว่าการเลือกทำประกันกับบริษัทที่มีสภาพคล่องสูง มีศักยภาพในการลงทุนจึงเป็นข้อจำเป็นหลัก ในการเลือกทำประกันภัย เพื่อป้องกันความเสี่ยงจากเหตุไม่คาดฝัน การปิดกิจการ เพิกถอนใบอนุญาตจนไม่สามารถจ่ายเบี้ยประกันภัยได้ตามสัญญา

อย่าเพิ่งซื้อประกันรถยนต์ ถ้ายังไม่ได้เปรียบเทียบเบี้ยประกัน จากบริษัทประกันชั้นนำของไทย ผ่านเว็บไซต์ easycompare.co.th ประกันรถยนต์ในราคาเบา ๆ มั่นใจด้วย การรับรองโดย คปภ. สะดวก รู้เบี้ยประกันภายใน 10 วินาที คลิกเลย