พูดคุยเกี่ยวกับประกันภัย

เปิดแอร์รถยังไงให้ ประหยัด บำบัดไอร้อน แถมยังเย็นเว่อร์

ช่วงหน้าร้อน (มาก) ทีไร ค่าไฟกับค่าน้ำมันรถพุ่งกระฉูด จากอุณหภูมิสูงภายนอกที่ทำให้เราต้องเปิดแอร์อยู่ทุกเวลา ไม่เว้นแม้แต่ในรถยนต์ที่ทุกคนต้องการความเย็นเว่อร์เมื่อขึ้นรถ
เปิดแอร์รถยังไงให้ ประหยัด บำบัดไอร้อน แถมยังเย็นเว่อร์ - EasyCompare ประกันรถยนต์

วางแผนให้ดีก่อนเดินทาง หลีกเลี่ยงเส้นทางรถติด โดยวางแผนหรือเปิด Map ก่อนการออกเดินทาง ถ้าต้องขับไปเจอรถติดนานๆ แอร์จะสู้กับอากาศร้อนภายนอกไม่ไหว แต่ถ้ารถเคลื่อนที่ไปเรื่อยๆ ด้วยความเร็วประมาณ 60 กม./ชม. ขึ้นไป แอร์ก็จะไม่ทำงานหนัก และประหยัดเชื้อเพลิงไปในตัว

อย่าประหยัดจนเกินไป โดยเลือกเดินทางทีละหลายคนนั่งอัดกันเป็นปลากระป๋อง แถมยังขนสัมภาระอีกมากมาย การทำเช่นนั้น นอกจากจะทำให้รถต้องแบกรับน้ำหนักเกินภาระของเครื่องยนต์แล้ว ยังส่งผลให้แอร์เย็นช้า สิ้นเปลืองการใช้เชื้อเพลิงมากกว่าปกติ และเกิดการสึกหรอเร็วกว่าเดิมอีกด้วย

การเปิดแอร์ ต้องเปิดระดับความแรงพัดลมให้สัมพันธ์กับแอร์ เช่น เปิดพัดลม เบอร์ 2 ควรปรับระดับความเย็นไม่ถึงกึ่งกลาง หากเปิดพัดลมแรง ก็ควรปรับระดับความเย็นเพิ่มขึ้นให้สัมพันธ์กัน หลายคนเปิดพัดลมเบอร์ 1 แต่ปรับระดับความเย็นสูงมาก ซึ่งจะทำให้น้ำแข็งเกาะที่แผงคอยล์ ต่อไปแอร์จะไม่เย็น

การปิดแอร์ก่อนจะถึงบ้านหรือจุดหมายปลายทาง ให้ปิดแอร์ล่วงหน้า จะมีปุ่มทำความเย็น บางรุ่นเป็นสัญลักษณ์วงๆ บางรุ่นเป็นปุ่ม A/C แล้วเปิดพัดลมให้แรงขึ้น จนรู้สึกว่ามีแต่ลมไม่มีความเย็นแล้ว จึงค่อยปิดพัดลม เพื่อไม่ให้มีน้ำแข็งเกาะที่แผงคอยล์ร้อน อันเป็นสาเหตุส่วนหนึ่งที่ทำให้แอร์รถยนต์ของเราไม่เย็นเท่าที่ควร

ใช้ระบบปรับอากาศอย่างชาญฉลาด การเปิดใช้ระบบแอร์ลดการประหยัดน้ำมันลง 10 เปอร์เซ็นต์ ถ้าสภาพอากาศภายนอกเอื้ออำนวย ผู้ขับสามารถปรับเพิ่มแรงลมให้สูงขึ้นแทนการปรับลดอุณหภูมิลง ถ้าขับขี่ด้วยความเร็วไม่เกิน 64 กม./ชม. ผู้ขับสามารถปิดแอร์และเปิดหน้าต่างแทนได้ แต่ถ้าขับด้วยความเร็วเกินกว่า 72 กม./ชม. แรงฉุดของลมที่ไหลเวียนเข้ามาทางหน้าต่างจะทำให้รถกินน้ำมันมากกว่าการเปิดแอร์

ทำความสะอาดแอร์บ้าง ตู้แอร์รถยนต์ คุณควรหมั่นดูแลล้างตู้แอร์รถยนต์เป็นประจำ เพื่อไม่ให้คราบฝุ่นหรือสิ่งสกปรกเข้ามาเกาะหรือสะสมเป็นจำนวนมาก สำหรับรถใหม่ที่มีอายุการใช้งานไม่กี่ปี หรือเป็นรถเก่าที่มีอายุการใช้งานมาหลายปี แต่ยังคงดูแลรักษาระบบแอร์รถยนต์เป็นประจำ ถ้าต้องการล้างตู้แอร์ ควรล้างแบบไม่ต้องถอดตู้ซึ่งเป็นทางเลือกที่ดีที่สุด แต่ถ้าหากตู้แอร์รถยนต์ ไม่เคยล้างเลยเป็นระยะเวลานานๆ และมีความสกปรกมาก การถอดตู้แอร์รถยนต์ออกมาล้าง ถือเป็นทางเลือกที่ดีที่สุด เพราะสามารถฉีดน้ำทำความสะอาดได้ทุกซอกทุกมุม

ระบายอากาศก่อนเปิดแอร์ เข้ารถปุ๊บอย่าเพิ่งเปิดแอร์ปั๊บ ระบายความร้อนโดยการเปิดหน้าต่างให้ลมพัดเข้ามาลดอุณหภูมิสัก 5-10 นาที ขับไปสักพักแล้วจึงค่อยเปิดแอร์ จะทำให้แอร์ทำงานน้อยลงและประหยัดเชื้อเพลิงอีกด้วย

ตั้งอุณหภูมิไว้ที่ 20-25 องศาเซลเซียส แม้อุณหภูมิมาตรฐานจะอยู่ที่ 25 องศาเซลเซียส แต่ถ้ายังรู้สึกไม่เย็นสบาย ก็สามารถปรับลงได้ตามเหมาะสม แต่ไม่ควรตั้งไว้จนเย็นสุดเป็นเวลานาน จะทำให้คอมเพรสเซอร์ทำงานหนักเช่นกัน

หลีกเลี่ยงใช้น้ำหอมในรถยนต์ น้ำหอมหรือสเปรย์ปรับอากาศ มักมีไอระเหยของสารเคมีที่ให้กลิ่นหอม และถูกดูดเข้าไปสะสมรวมตัวกันในคอยล์เย็น ทำให้ฝุ่นตามไปจับตัวที่ครีบระบายความเย็น ในระยะยาวจะส่งผลให้การถ่ายเทความร้อนช้าลง คอมเพรสเซอร์ทำงานหนักขึ้น จนเป็นเหตุให้แอร์ไม่เย็นนั่นเอง

ถ้ารถต้องเติมน้ำยาแอร์บ่อยผิดปกติ นั่นหมายถึงอาจมีรอยรั่วอยู่ ควรหาให้เจอและรีบซ่อมให้เรียบร้อย จะช่วยให้คอมเพรสเซอร์ทำงานเบาลง

ติดฟิล์มกันความร้อนประสิทธิภาพสูง เพื่อช่วยลดอุณหภูมิในห้องโดยสารทำให้แอร์ไม่ต้องทำงานหนัก และเย็นเร็วขึ้นด้วย

เพียงเท่านี้ ก็ทำให้การขับรถของเรา ไม่มีปัญหาเรื่องแอร์ไม่เย็น ไม่ต้องเติมน้ำยาแอร์ หรือล้างตู้แอร์บ่อยๆ ช่วยให้เราประหยัดค่าบำรุงรักษาแอร์ได้ไม่น้อย และยังประหยัดค่าน้ำมัน เชื้อเพลิงได้หลายบาทด้วย

นอกจากเรื่องแอร์แล้ว เรื่องความปลอดภัยในการขับขี่ก็สำคัญไม่แพ้กัน ขับไปไหน ทำประกันชั้น 1 ไว้ดีที่สุด ไปไหนอุ่นใจ ชนกับใครก็มีคนคุ้มครอง

EasyCompare พร้อมช่วยทำให้การซื้อประกันภัยรถยนต์เป็นเรื่องง่ายและรวดเร็ว ทั้งยังเป็นเพื่อนที่อยู่เคียงข้างและให้คำแนะนำดีๆ แก่คุณเสมอ เช็คเบี้ยพร้อมรับส่วนลดกับเราเลยวันนี้

รับใบเสนอราคาประกันรถยนต์ที่ถูกสุดๆ ภายใน 10 วินาที
กรุณาเลือกปี
กรุณาเลือกแบรนด์
กรุณาเลือกรุ่นรถ
กรุณาเลือกรุ่นย่อย