พูดคุยเกี่ยวกับประกันภัย

ขับ & ขยับ กับท่ากายบริหารง่ายๆ แก้เมื่อยระหว่างขับรถ

ช่วงรถติดนานๆ หรือขับรถไกลๆ หลายคนอาจรู้สึกเมื่อยล้า จนอาจเผลอไผลง่วงเหงาหาวนอน พลาดพลั้งหลับในทำให้เกิดอุบัติเหตุได้
In Car Exercise EasyCompare Car Insurance Best Price

EasyCompare มีคำแนะนำดีๆ ที่เหมาะกับการฆ่าเวลาอันยาวนานน่าเบื่อเช่นนี้ ด้วยท่าขยับร่างออกกำลังกายง่ายๆ สลายเครียด คลายกล้ามเนื้ออ่อนล้า คืนความกระปรี้กระเปร่าสดชื่น ตื่นจากภวังค์ พร้อมทั้งห่างไกลจากโรคภัยต่างๆ อาทิ โรคทางกระดูกและกล้ามเนื้ออักเสบ โรคกระดูกสันหลังเสื่อม โรคระบบทางเดินอาหาร ท้องอืด ท้องผูก จนถึงโรคเสื่อมสมรรถภาพทางเพศ (ชาย) โดยระหว่างที่ทำอาจเปิดเพลงโปรดของคุณเพื่อเพิ่มความสนุกไปพร้อมกันด้วยก็ได้

4 ขยับ สลับ สลายความเมื่อยล้า

...เริ่มจากการบริหารแขน ประยุกต์ใช้ขวดน้ำดื่มให้เกิดประโยชน์ เสมือนเป็นดัมเบล วิธีการง่ายๆ เพียงแค่หยิบขวดน้ำขึ้นมา แล้วทำท่าต่อไปนี้

  • ท่ายืดบ่า

    นั่งหลังตรง ใช้มือจับศีรษะเอียง 45 องศา และกดลงไปในด้านเดียวกัน มืออีกข้างจับขอบเก้าอี้ ทำครั้งละ 30 วินาที ช่วยลดความตึงของกล้ามเนื้อคอบ่า ไหล่

  • ท่ายืดท้องแขนส่วนบน

    เริ่มจากนั่งหลังตรง ยกมือขึ้นเหนือศีรษะ งอมือทั้งคู่มาจับข้อศอกของอีกข้างไว้ จากนั้นดันข้อศอกไปด้านหลัง ทำครั้งละ 30 วินาที ท่านี้ช่วยแก้อาการปวดหลัง และลดความตึงของท้องแขนได้ดีทีเดียว แต่ถ้ายังไม่หายเมื่อย ก็ผ่อนคลายกันต่อไปด้วยท่ายืดไหล่

  • ท่ายืดไหล่

    ทำได้โดยนั่งยืดตัว แล้วบีบไหล่ยกขึ้นไปหาใบหู ค้างไว้ นับ 1-2 แล้วเอาลง ทำซ้ำสัก 5 ครั้ง จะรู้สึกกระชุ่มกระชวยขึ้น

  • ท่าบิดตัว

    นั่งยืดตัวตรงขึ้น มือขวาวางบนเข่าซ้าย มือซ้ายจับของเบาะ แล้วบิดตัวมาทางซ้าย นับ 1-5 แล้วทำสลับข้างไปสัก 5 ครั้ง

6 ปรับ เพื่อท่านั่งขับที่ดี ไม่มีปวดหลัง

หลักสำคัญก็คือ ปรับทุกอย่างที่อยู่ในรถให้สอดคล้องกับสุขภาพร่างกาย อย่าให้มากหรือน้อยเกินไป จะช่วยลดอาการปวดหลังจากการขับรถลงได้

1. ปรับพนักพิง เบาะอาจจะเอนเล็กน้อยหรือตั้งตรงไม่ใช่ปัญหามากนัก แต่อย่าเอนจนเหมือนนอนเพราะนอกจากอันตรายแล้วยังทำให้คุณปวดหลังอีกต่างหาก

2. ปรับระยะนั่ง ควรปรับระยะทางนั่งให้พอดีกับตัวคุณมากที่สุดไม่เลื่อนเข้าไปชิดพวงมาลัยมากเกินไป หรือไกลเกินไป การปรับระยะทางนั่งที่ถูกวิธีควรเริ่มจากเข่า สามารถสอดเท้าเข้าไปที่พื้นรถหลังแป้นเบรก โดยที่เข่าต้องอยู่ในลักษณะที่งอได้เล็กน้อยถือว่าโอเค

3. ปรับความสูงต่ำของเบาะ ระยะความสูงของเบาะค่อนข้างสำคัญ เพราะมีผลโดยตรงต่อแผ่นหลัง ระดับที่ไม่พอดีหลังเราจะโค้งงอ จนปวดหลังในที่สุด การปรับระดับความสูงของเบาะปรับง่ายๆโดย ให้ระยะห่างศีรษะกับเพดานรถเท่ากับหนึ่งกำปั้น แค่นี้คุณก็จะไม่ปวดหลัง และมองเห็นทัศนวิสัยได้ดีอีกด้วย

4. ปรับมุมของพวงมาลัย การปรับตำแหน่งพวงมาลัยที่เหมาะสม ให้วางมือที่ตำแหน่ง 3 และ 9 นาฬิกา จากนั้นดูช่วงงอของแขน ไม่ควรจะตึงเกินไปและไม่ควรมีช่วงพับข้อมากเกินไป เพราะจะทำให้คุณหมุนพวงมาลัยไม่ถนัด ซึ่งตรงนี้ให้แก้ไขที่พวงมาลัย และหรือปรับที่นั่งสูงต่ำด้วยอาจจะช่วยได้

5. ปรับกระจกข้างและกระจกหลัง ควรปรับให้อยู่ในตำแหน่งเหมาะสมแบบที่เรามองง่ายที่สุดโดยที่ไม่ต้องขยับตัวมากนัก ไม่ต้องยืดหรือหดตัว เอียงศีรษะหรือโยกตัวไปมาเวลามอง จะยิ่งเพิ่มการสะสมความเมื่อยล้าให้มากขึ้นเรื่อยๆ แถมยังอาจจะทำให้เกิดจุดบอดที่มองไม่เห็น อุบัติเหตุก็จะเกิดขึ้นได้ง่าย

สุดท้ายอย่าลืม 6. ปรับหมอนรองคอ หลายคนมักลืมหมอนรองคอ ถ้าปรับให้ดูตำแหน่งที่เหมาะสมแล้วจะทำให้คุณสบาย และยังช่วยลดอาการบาดเจ็บจากการกระแทก ตำแหน่งที่ถูกต้องควรปรับให้อยู่กลางศีรษะ

แค่เพียง “ขยับและปรับ” ก็ช่วยให้คนที่ขับรถทางไกลมีความตื่นตัวอยู่ตลอดเวลา หายปวดเมื่อยเสมือนได้เล่นฟิตเนสเลยทีเดียว

***EasyCompare พร้อมช่วยทำให้การซื้อประกันภัยรถยนต์เป็นเรื่องง่ายและรวดเร็ว มีเราเป็นเพื่อนเคียงข้างและให้คำแนะนำดีๆ ได้อีกทางหนึ่ง***

รับใบเสนอราคาประกันรถยนต์ที่ถูกสุดๆ ภายใน 10 วินาที
กรุณาเลือกปี
กรุณาเลือกแบรนด์
กรุณาเลือกรุ่นรถ
กรุณาเลือกรุ่นย่อย