พูดคุยเกี่ยวกับประกันภัย

วิธี ตรวจความพร้อมของรถ ก่อนเดินทางไกล

ข้อแนะนำในการ ตรวจสภาพรถ ง่ายๆ เพื่อเตรียมพร้อมก่อนขับรถทางไกล ขั้นตอนการเช็คความพร้อม และสิ่งสำคัญต้องรู้ก่อนออกทริป จาก อีซี่ย์ คอมแพร์ EasyCompare

car check up before long drive

หากคุณเป็นมนุษย์เมืองกรุง ที่ขับขี่อยู่ในเมืองใหญ่ จะเห็นว่า รถส่วนมากออกแบบมาเพื่อรองรับการขับขี่ทางใกล้ แต่บางครั้งคุณอาจต้องนำรถออกลุยทางไกล ในช่วงหยุดยาว หรือเทศกาลต่างๆ นอกจากคุณจะต้องรู้ เทคนิคการขับขี่ยานพาหนะอย่างปลอดภัยแล้ว คุณต้องมั่นใจว่า ประกัน รถ ของคุณยังไม่หมด และ สภาพเครื่องยนต์รถคู่ใจของคุณอยู่ในภาพดี การตรวจเช็คสภาพรถก่อนออกเดินทางไกลนอกจากจะช่วยหลีกเลี่ยงอุบัติเหตุได้แล้ว ยังช่วยให้คุณ ขับรถอย่างประหยัดน้ำมัน ได้อีกทางด้วยครับ

1. เช็คใต้ฝากระโปรงรถ

ของเหลวต่างๆ

หากคุณไม่เคยเปิดฝากระโปรงรถเพื่อตรวจสภาพเครื่องยนต์และคิดว่ามันเป็นเรื่องซับซ้อนล่ะก็ คุณอาจต้องเสียเงินไปกับค่าบำรุงรักษาเครื่องยนต์ที่คุณเองก็ทำเองได้ไม่ยาก สิ่งสำคัญที่คุณต้องดูก็คือ ของเหลวในถังเครื่องยนต์นั้นอยู่ในระดับเต็ม เว้น น้ำยาหล่อเย็น (Coolant) ที่หากคุณเห็นว่าระดับมันลดลง ให้เติมน้ำเปล่าลงไปแทน เพื่อป้องกันไม่ให้น้ำยสาต่างชนิดเข้าไปผสมกันในระบบหม้อน้ำ และอาจทำให้เครื่องยนต์ทำงานผิดปกติได้ เริ่มเช็คระดับน้ำมันเครื่องด้วยการย่อนไม้วัดระดับลงไปในถัง และตรวจผ้าเบรก รวมถึง คลัทช์, น้ำมันเบรก, เครื่องระบายความร้อนของหม้อน้ำรถยนต์ และ ตรวจระดับน้ำมันเกียร์ (ATF)

เครื่องกรองอากาศ

หากคุณขับรถคันนี้มาซักระยะหนึ่ง (1 ปี – 1 ปี ครึ่ง) แล้วยังไม่เคยเปลี่ยนแผ่นกรองอากาศเลย เราแนะนำว่าคุณควรเปลี่ยนใหม่ หรือ ไม่ก็แค่ทำความสะอาดโดยเอาตะกอนออก พวกแผ่นกรองอากาศสำหรับรถยนต์ หาซื้อได้ไม่ยาก และมีราคาถูกมาก ที่สำคัญคุณสามารถเปลี่ยนได้เอง จะทำให้ระบบแอร์ในรถของคุณทำงานได้อย่างดี หากคุณขับรถในสภาพอากาศร้อน ที่สำคัญยังประหยัดน้ำมันอีกด้วยนะ

แบตเตอรี่รถยนต์

ฝันร้ายของการออกทริปทางไกลคือสตาร์ทรถไม่ติด บอกเลย ไม่ว่าใครคงไม่อยากให้เกิดเหตุการณ์นี้ขึ้น นอกจากจะเสียเวลาแล้ว บางทีคุณอาจจะหาอู่ซ่อมรถได้ยากอีกด้วย นอกจากรถคุณจะมี ประกันรถ ที่ดี และ มีคนคอยให้ความช่วยเหลือ 24 ชม. การเรียนรู้ วิธีการพ่วงแบตรถยนต์ กับการตรวจแรงดันไฟ ในแบตเตอรี่รถยนต์ช่วยให้คุณวางใจได้ระดับหนึ่ง หากแรงดันไฟ ต่ำกว่า 11v ถือว่าอันตราย ระดับที่เหมาะสม ควรอยู่ที่ 13.8v – 14.2v

2. ตรวจสภาพภายนอก

ล้อและยางรถยนต์

บำรุงรักษายางรถยนต์อย่างสม่ำเสมอโดยเฉพาะก่อนเดินทางไกล ให้ตรวจความดันของลมยาง อ้างอิงจาก คู่มือการใช้รถ ที่มาคู่กับรถของคุณ (คุณควรมีคู่มือการใช้รถติดรถตลอดเวลา) เพื่อกันเหตุยางแบน หรือ ยางระเบิด หากคุณมียางรถสำรอง คุณควรให้ความสำคัญกับมันเช่นเดียวกับยางที่ติดอยู่ภายนอก (อย่าลืมนะครับ มียางสำรองติดรถไว้ เดินทางไกล อุ่นใจกว่า)

ไฟ

ตรวจไฟทุกดวง ไฟหน้า ไฟส่งสัญญาณต่างๆ ไฟเบรก และ ไฟหลัง การตรวจไฟ อาจดูเหมือนเรื่องยิบย่อย แต่ทว่า ไฟหลังดับเพียงดวงเดียว อาจทำให้คนขับรถท่านอื่นคิดว่าท่านเป็นจักรยานยนต์และกะความเร็วพลาดจนพลั้งมาชนท้ายคุณได้ ไฟหน้าที่ไม่ติด ก็อาจทำให้คนเดินตัดหน้ารถคุณ โดยที่ต่างฝ่ายต่างไม่รู้ตัว

ที่ปัดน้ำฝน

คุณกำลังเดินทางไกล ดังนั้นคุณต้องมั่นใจว่าคุณสามารถมองทางได้ชัดเจน ตลอดการเดินทาง ในทุกๆ สภาพถนน ดูให้แน่ใจว่าที่ปัดน้ำฝนของคุณไม่หัก ลองสาดน้ำลงบนกระจกแล้วเปิดที่ปัดน้ำฝนเพื่อหารอยรั่ว หากพบเจอ เราแนะนำให้เปลี่ยนที่ปัดน้ำฝนก่อนออกเดินทาง แล้วอย่าลืมตรวจว่าระดับน้ำฉีดกระจกใต้กระโปรงรถเต็มถังด้วยล่ะ

3. เช็คภายในตัวรถ

เข็มขัดนิรภัย

กันไว้ดีกว่าแก้ คนไทยมีนิสัยไม่ชอบรัดเข็มขัด แต่เมื่อคุณขับรถทางไกล อย่าลืมว่าเหตุไม่คาดฝันอาจเกิดกับคุณได้ตลอดเวลา มี ประกันภัยรถยนต์ หรือไม่ก็ตาม การตรวจความเข็มขัด และตัวล็อก อยู่ในสภาพดี และ สายเข็มขัดไม่มีรอยขาด

กล่องอุปกรณ์สำหรับสถานการณ์ฉุกเฉิน

เหตุไม่คาดฝันอาจเกิดขึ้นได้ตลอดเวลา บางเวลาคุณอาจต้องพึ่งตัวเอง หากซวย ประกัน รถยนต์ หมดอายุ คุณอาจต้องพึ่งตัวเอง และการมี อุปกรณ์จำเป็นติดรถในกรณีฉุกเฉิน อย่างน้อยๆ คุณควรจะมี คู่มือรถยนต์ ไฟฉาย กุญแจเลื่อน และ ตัวน็อต สำหรับเอาไว้ซ่อมรถในยามจำเป็น หากรถคุณเกิดเสีย ระหว่างขับบนเส้นทางห่างไกล

หากมีชิ้นส่วนสำคัญเสียหายหนัก อย่านำรถออกไปฝืนขับเด็ดขาด นำไปซ่อมให้เรียบร้อย ตรวจสอบ ประกันรถ เพื่อที่คุณจะสามารถขับรถได้อย่างสบายใจ เมื่อคุณเช็คสภาพรถเรียบร้อยแล้ว ก็ออกทริปกันได้เลย!

ประกัน แบบไหน ตรงกับรถคุณ สำหรับวันนี้ และอนาคตข้างหน้า
เทียบเลย ง่ายนิดเดียว

รับใบเสนอราคาประกันรถยนต์ที่ถูกสุดๆ ภายใน 10 วินาที