พูดคุยเกี่ยวกับประกันภัย

ดูแลเช็ครถ รับหน้าฝน คนรักรถต้องรู้!

สิ่งที่ควรตรวจเช็คดูแลรับหน้าฝน ย่างเข้าสู่ฤดูฝนอย่างเต็มตัวแล้ว การตรวจเช็คอุปกรณ์รถยนต์ให้พร้อมใช้งาน รับมือถนนลื่นอยู่เสมอ ถือเป็นสิ่งที่สำคัญมากที่คนรักรถต้องรู้ ถ้าหากอุปกรณ์ที่สำคัญชำรุดหรือเสียหาย อาจส่งผลต่อการขับขี่อย่างปลอดภัยได้ อุปกรณ์ชิ้นไหนต้องตรวจเช็คเป็นพิเศษ เพื่อพร้อมรับมือในช่วงที่ฝนตกหนักของทุกๆ ปี
ขับรถลุยน้ำ ดูแลเช็ครถ รับหน้าฝน คนรักรถต้องรู้
  1. ยางรถยนต์
    ยางรถยนต์ของรถ หากมีอายุการใช้งานมากกว่า 3 ปีขึ้นไป ควรตรวจเช็คให้แน่ใจว่าเนื้อยางยังไม่เสื่อมสภาพ หากตัวยางมีความยืดหยุ่นน้อยลง จะส่งผลให้ยางเกาะถนนลดลงและเกิดการลื่นไถลได้เมื่อต้องเบรกแรงๆ นอกจากนี้ควรเช็คว่าดอกยางต้องมีความสูงไม่ต่ำกว่า 2.5 ม.ม.หากดอกยางไม่สูงเพียงพอ ประสิทธิภาพในการรีดน้ำออกจากตัวยางจะลดลง ทำให้รถเสียการทรงตัวเมื่อวิ่งผ่านถนนที่มีน้ำเจิ่งนองได้ง่าย
  2. ระบบเบรก
    อีกส่วนที่ต้องดูแลเป็นพิเศษก็คือระบบเบรก ให้สังเกตเวลาเบรกรถว่าผ้าเบรกสามารถชะลอความเร็วรถได้เต็มประสิทธิภาพหรือเปล่า หรือมีท้ายรถสะบัดเป๋ไปมาตอนเบรกหรือไม่ หากพบอาการเหล่านี้แนะนำให้นำรถไปตรวจสอบอย่างละเอียด
  3. ระบบเบรก ABS
    รถยนต์ที่ใช้ระบบเบรก ABS ช่วยป้องกันไม่ให้ล้อล็อคตายเมื่อเหยียบเบรกเต็มแรง มีประโยชน์มากบนถนนเปียกลื่น ผู้ขับขี่จะยังคงสามารถควบคุมทิศทางตัวรถเพื่อเลี่ยงสิ่งกีดขวางข้างหน้าได้ วิธีตรวจเช็คง่ายๆ ให้ลองหาถนนโล่งๆ และปลอดภัย ยิ่งเป็นถนนเปียกหรือมีทรายอยู่บ้างจะดีมาก ขับรถด้วยความเร็วประมาณ 30 ก.ม./ช.ม. จากนั้นให้เหยียบเบรกเต็มแรง หากได้ยินเสียงดังจากช่วงล่างและมีแรงสะท้านที่แป้นเบรกเป็นจังหวะถี่ๆ นั่นแสดงว่าระบบ ABS ยังคงทำงานได้ดีอยู่ แต่ถ้าได้ยินเสียงยางบดถนนดังเอี๊ยดยาวๆ บ่งบอกว่า ABS เริ่มมีปัญหา แนะนำให้เข้าศูนย์บริการเพื่อตรวจสอบความผิดปกติ
  4. ใบปัดน้ำฝนและน้ำฉีดกระจก
    การขับรถในหน้าฝน ทัศนวิสัยคือสิ่งสำคัญมาก โดยเฉพาะในช่วงที่ฝนตกหนัก หากระบบปัดน้ำฝนไม่ดี อาจทำให้การขับขี่ลำบากจนเกิดอุบัติเหตุได้ง่าย ใบปัดน้ำฝนที่ดี จะต้องปัดน้ำที่ติดกระจกหน้าได้เรียบสนิทไม่เป็นลอนคลื่นและไม่มีเสียงดังขณะทำงาน นอกจากนี้ควรตรวจสอบระบบน้ำฉีดกระจกด้วยว่าสามารถฉีดน้ำทำความสะอาดได้ปกติหรือไม่ และควรเติมน้ำให้เต็มกระปุกฉีดน้ำตลอด
  5. ไฟสัญญาณรอบตัวรถ
    เพื่อลดโอกาสที่จะเกิดอุบัติเหตุในช่วงหน้าฝน ควรเช็คไฟสัญญาณต่างๆ รอบคันรถว่าสามารถทำงานได้อย่างครบถ้วนหรือไม่ โดยเฉพาะไฟหน้า และไฟที่จำเป็นอื่นๆ เช่น ไฟต่ำ ไฟสูง ไฟเบรก ไฟตัดหมอกหน้าและหลัง ไฟฉุกเฉิน ไฟเลี้ยว ไฟถอยหลัง ทุกหลอดล้วนสำคัญต่อการขับขี่เป็นอย่างมาก หากพบว่าไฟดวงใดทำงานไม่สมบูรณ์ แนะนำให้ช่างแก้ไขโดยด่วน
  6. สนิมบนตัวถัง
    ปัญหาสนิมบนตัวถังไม่จำเป็นว่าจะเกิดขึ้นกับรถเก่าเกิน 10 ปีขึ้นไปเท่านั้น แต่รถใหม่ที่ถูกเฉี่ยวชนจนมีรอยลึกไปถึงเนื้อเหล็ก ก็อาจทำให้เกิดสนิมได้ด้วยเช่นกัน จึงควรตรวจเช็คเสียแต่เนิ่นๆ เพื่อไม่ให้เกิดความเสียหายหนักเมื่อถึงตอนต้องเผชิญหน้ากับฝนตกหนักและน้ำท่วม
  7. ประกันภัยรถยนต์
    การขับรถในช่วงฝนตกค่อนข้างอันตราย ถนนลื่น และเสี่ยงต่อการเกิดอุบัติเหตุได้ง่ายกว่าหน้าอื่น นอกจากจะดูแลตรวจเช็คอุปกรณ์อย่างดีแล้ว การทำประกันภัยรถยนต์ ถือเป็นสิ่งที่จำเป็นเช่นกัน เพราะหากเกิดเหตุฉุกเฉิน หรือเกิดอุบัติเหตุขึ้นระหว่างทาง ยังมั่นใจได้ว่าเราจะได้รับความคุ้มครองและค่าชดเชยจากประกันรถยนต์อีกด้วย คุณอาจทำ ประกันภัยรถยนต์ชั้น 1 ที่มอบความคุ้มครองครอบคลุมสูงสุด หรือประกันภัยรถยนต์แบบอื่น สามารถเลือก เช็คเบี้ยประกันทุกชั้น ง่าย ไว ทันใจได้ที่ EasyCompare วันนี้เลย!
  8. สติ ความรอบคอบของตัวคุณเอง
    เมื่อดูแลรถยนต์ได้พร้อมแล้ว ปัจจัยสุดท้ายก็คือการขับขี่อย่างปลอดภัย และมีน้ำใจแก่ผู้ร่วมทาง ช่วงฝนตกหนักเราควรปรับระดับความเร็วให้เหมาะสม มีสติ ใจเย็น ไม่ขับจี้ท้ายรถคันหน้าจนเกินไป (ควรเว้นระยะห่างประมาณ 10-15 เมตรขึ้นไป) ไม่ควรเหยียบเบรกกะทันหันเพราะตัวรถอาจลื่นไถลได้ แนะนำให้ลดความเร็วโดยใช้เกียร์ต่ำและค่อยๆ เหยียบเบรกจะดีที่สุด

แม้สภาพอากาศจะไม่เป็นใจ แต่หากเราทำได้ตามที่กล่าวมา รวมทั้งเพิ่มความระมัดระวังและไม่ประมาทเราก็สามารถขับขี่ได้อย่างปลอดภัย พร้อมเดินทางลุยฝนอย่างสบายในทุกๆ วัน

รับใบเสนอราคาประกันรถยนต์ที่ถูกสุดๆ ภายใน 10 วินาที
กรุณาเลือกปี
กรุณาเลือกแบรนด์
กรุณาเลือกรุ่นรถ
กรุณาเลือกรุ่นย่อย